กก.รังนกฯพัทลุง มีมติยืนราคากลาง 450 ล้าน เปิดประมูลครั้งที่ 4

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 204
สัมปทานรังนก มติยื่นราคากลางรังนก
กก.รังนกฯพัทลุง มีมติยืนราคากลาง 450 ล้าน เปิดประมูลครั้งที่ 4

พัทลุง-คณะกรรมการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง มีมติยื่นราคากลางรังนกฯครั้งที่ 4 ในราคา 450  ล้านบาท ระยะเวลา  5  ปี และตัดสัญญาแนบท้ายออกไป เพื่อจูงใจผู้ประมูล


กรณีคณะกรรมการรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ได้ประกาศให้สัมปทานรังนกฯ เป็นเวลา 5 ปี แต่หลังจากที่เปิดขายซองเอกสารการประมูลไป 3 ครั้ง ในราคา 500 ล้านบาทและราคา 450 ล้านบาทตามลำดับ  แต่ไม่มีผู้ยื่นซองการประมูลรังนกฯแต่อย่างใด  ในที่ประชุมคณะกรรมการรังนกฯ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมกรกำหนดราคากลางจัดประชุมเพื่อกำหนดราคากลางในครั้งที่ 4 ซึ่งการประชุมการกำหนดราคากลางเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2564 มติที่ประชุมได้มีมติกำหนดราคากลางไว้ที่ 475 ล้านบาท และให้เก็บรังนกจาก 15 ครั้งเป็นจำนวน 16 ครั้ง โดยมีระยะเวลาการสัมปทาน 5 ปีเศษนั้น


ความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 มิถุนายน 2564 นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง  ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด เพื่อร่วมกันพิจารณาการกำหนดราคากลางตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาได้เสนอมาดังกล่าว ในที่ประชุมได้ร่วมกันอภิปรายถึงผลดีผลเสียของราคากลาง 475 ล้านบาท  และราคากลาง  450  ล้านบาทอย่างหลากหลาย ในการลงมติเพื่อรับหลักการราคากลาง 475 ล้านบาทนั้น ปรากฏว่าในที่ประชุมเห็นด้วยกับราคากลาง 475 ล้านบาท  จำนวน  3  เสียง ไม่เห็นด้วย 8 เสียง จึงทำให้ราคากลาง 475  ล้านบาทไม่ได้รับเห็นชอบจากที่ประชุม


ต่อมานายเกษมศักดิ์  เส้งสุ้น  ผู้ทรงคุณวุฒิ  ได้เสนอราคากลางที่ 450 ล้านบาท ระยะเวลา 5  ปี ตัดสัญญาแนบท้ายในวงเงินประมาณ 6 ล้านบาทออกไป เพื่อเป็นการจูงใจให้มีผู้เข้ามาประมูลรังนกฯในครั้งนี้ ปรากฏว่าในที่ประชุมไม่มีใครเสนอราคากลางมาให้พิจารณาเพิ่มเติมอีก นายกู้เกียรติฯ จึงได้ขอมติจากที่ประชุมด้วยการยกมือลงคะแนนเสียง ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับราคากลางตามข้อเสนอของนายเกษมศักดิ์ฯ 8 เสียง นอกนั้นงดออกเสียง โดยกำหนดเปิดการขายซองประมูลฯระหว่างวันที่ 8 – 21  มิถุนายน 2564 และกำหนดการยื่นซองในวันที่ 22 มิถุนายน  2564 ที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง ส่วนรายละเอียดต่างๆ ตามสัญญาการสัมปทานรังนกฯได้ยึดหลักรายละเอียดเดิมที่ได้ประกาศมาแล้ว


ส่วนของการเฝ้าระวัง การป้องปรามการลักรังนกฯนั้น ขณะนี้ อบจ.มีเงินเหลือประมาณ 900,000 บาทเศษ  มีค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน วัสดุสำนักงาน ค่าเอกสาร  ฯลฯ จำนวน  180,000บาท ใช้กำลังตำรวจ  ฝ่ายปกครอง  กำลัง  อบจ.พัทลุง  และ  จนท.ในสังกัดกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวันละ 67คน โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 57,350  บาท/วัน มีเงินลงทุนครั้งเดียว 290,000 บาท ทำให้ อบจ.มีเงินเฝ้ารังนกฯเพียง 610,000 บาท สามารถใช้เงินจำนวนดังกล่าวเฝ้ารังนกฯได้เพียง 12 วันเท่านั้น นายวิสุทธิ์ฯได้เสนอให้ชะลอการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงของข้าราชการที่ลงพื้นที่เฝ้ารังนกฯทั้งในเกาะและบนภาคพื้นดินไว้ก่อน เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้ในส่วนอื่นๆที่จำเป็นในการเฝ้าเกาะรังนกฯ โดยทาง อบจ.และทางจังหวัดฯร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป  


ขณะที่นายฉัตรชัย อุสาหะ รอง ผวจ. พัทลุง ได้เสนอให้ภาคประชาชน องค์กรทุกองค์กร ตัวแทนสื่อมวลชน เข้ามามีส่วนรับรู้ ร่วมแก้ปัญหาการสัมปทานรังนกฯในครั้งนี้ด้วย ทาง อบจ.พัทลุงได้รับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินงานดังกล่าว โดยกำหนดจัดในช่วงระหว่างการเปิดการจำหน่ายซองเอกสารระหว่างวันที่ 8 – 21 มิถุนายน 2564 ส่วนวัน เวลาและสถานที่ยื่นซองประมูลที่แน่นอนจะกำหนดอีกครั้งหนึ่ง.