คดีทุจริตสหกรณ์ ตร. อาจต้องส่งอัยการสูงสุด ตีความก่อนส่งฟ้อง

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 719
คดีทุจริตสหกรณ์ ตร. อาจต้องส่งอัยการสูงสุด ตีความก่อนส่งฟ้อง

พัทลุง-คดีมหากาพย์ทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด มีแนวโน้มค่อนข้างสูงที่จะต้องส่งสำนวนการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 26 ราย ส่งให้อัยการสูงสุดตีความ  เพื่อป้องกันการฟ้องผิดศาล จนอาจจะนำไปสู่การยกฟ้องกลุ่มผู้ต้องหา


       ข่าวคดีมหากาพย์การทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ที่มีความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท มีจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย ยึดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาไปแล้วประมาณ 200 ล้านบาท ยื่นฟ้องคดีการฟอกเงินกลุ่มผู้ต้องหารายสำคัญไปแล้ว 10 ราย  ยังอยู่ในความสนใจของประชาชน คดีนี้อธิบดีอัยการภาค 9 ได้ส่งหนังสือพร้อมสำนวนการสอบสวนฯลฯมายังอัยการจังหวัดพัทลุง หลังจากได้พิจารณาและเห็นว่าในคดีดังกล่าวนี้ผู้ต้องหาทั้ง26 ราย ได้กระทำความผิดร่วมกับ จนท.รัฐที่เป็นผู้ต้องหา ทางอัยการจังหวัดฯจึงได้ส่งสำนวนการสอบสวนคืนให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เพื่อส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช.   มีแนวโน้มค่อนข้างสูงที่จะต้องส่งสำนวนการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  26  ราย ส่งให้อัยการสูงสุดตีความ  เพื่อป้องกันการฟ้องผิดศาลจนอาจจะนำไปสู่การยกฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาไป เพื่อพิจารณาการกระทำผิดร่วมกับ จนท.รัฐ ตามรัฐธรรมนูญ และเมื่อวันที่  20  ก.พ.66  ทาง  ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนดังกล่าวกลับมายังพนักงานสอบสวน  เพื่อพิจารณาดำเนินการขั้นตอนของกฎหมาย   ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น


       ความคืบหน้าคดีนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เบื้องต้นของการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเงินสหกรณ์ฯนั้น จะประกอบด้วย จนท.สหกรณ์ฯ และคณะกรรมการสหกรณ์ฯ  โดยในเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิดของ  จนท.รัฐแต่อย่างใด แต่หลังจากมีการขยายผลการสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง สตช. พบว่ามี จนท.รัฐเข้ามาร่วมการกระทำความผิด 1 ราย  ทางพนักงานสอบสวนของ สตช.จึงได้ส่งสำนวนยื่นฟ้องต่ออัยการทุจริตภาค 9  ในเวลาต่อมา  จนนำไปสู่การยื่นเรื่องให้สำนักงาน  ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  26  รายดังกล่าว  หลังจากที่ทางสำนักงาน  ป.ป.ช. ส่งสำนวนการสอบสวนกลับมายังตำรวจทางตำรวจก็จะต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดและรัดกุมต่อไป


       สำหรับการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  26  รายนั้น หากทางตำรวจจะส่งฟ้องต่ออัยการทุจริตภาค 9  สงขลา  ทางพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติม แต่หากจะส่งฟ้องให้อัยการจังหวัดฯดำเนินคดีอาญาก็ไม่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากสำนวนการสอบสวนครบถ้วนแล้ว  สำหรับคดีดังกล่าวนี้มีแนวโน้มค่อนข้างสูงที่พนักงานสอบสวนจะส่งเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 26 คน ไปยังอัยการสูงสุด  ที่กรุงเทพมหานคร  เพื่อพิจารณาและชี้ขาดในการฟ้องร้อง  ทั้งนี้เพื่อป้องกันการฟ้องร้องผิดศาลจนอาจจะนำไปสู่การยกฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาในที่สุด  รวมทั้งเป็นการสร้างความเป็นธรรมกับทุกๆฝ่าย   ซึ่งการพิจารณาเรื่องดังกล่าวนี้ทางตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของ สตช. และ ตร.พัทลุง  ได้กำหนดการประชุมร่วมกันในวันที่  22 กุมภาพันธ์2566 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.