ซีพี-ซีพีเอฟ มอบอาหารปลอดภัย รพ.พุทธชินราช สู้ภัยโควิด-19

หมวดหมู่ : ภาพข่าวสังคม, ทั่วไป, ภาคเหนือ,

อ่าน : 123
โควิด-19 ซีพี ซีพีเอฟ มอบอาหารปลอดภัย โรงพยาบาลพุทธชินราช
ซีพี-ซีพีเอฟ มอบอาหารปลอดภัย รพ.พุทธชินราช สู้ภัยโควิด-19

        เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เร่งส่งมอบอาหารพร้อมทาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ  ในโครงการ CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัยโควิด-19” ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ดำเนินโครงการ “ซีพี ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” เพื่อเป็นกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และ เป็นส่วนหนึ่งเคียงข้างคนไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19 ระลอกใหม่ จนถึงวันนี้ เครือซีพีและซีพีเอฟ ให้การสนับสนุนโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลไปแล้วกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ และยังเดินหน้าส่งอาหารจากใจ ให้แก่แพทย์-พยาบาลของ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

        ทันตแพทย์หญิงอารีย์ ภูมิประเสริฐโชค ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านลูกค้าสัมพันธ์และหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้ จ.พิษณุโลก มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 300 ราย พักรักษาตัว 70 ราย และยังคงมีประชาชนเข้ามาตรวจแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง ทางโรงพยาบาลจึงต้องระดมเจ้าหน้าที่กว่า 500 คน ในการดูแลรักษาและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ แก่ประชาชนอย่างเต็มที่

        “การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกนี้ โรงพยาบาลต้องขอขอบคุณทางเครือซีพีและซีพีเอฟ ที่เห็นความสำคัญและนำอาหารพร้อมทานมามอบให้กับบุคลากรของโรงพยาบาล ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระการจัดเตรียมอาหารแล้ว ยังเปรียบเสมือนแรงผลักดันและช่วยเสริมกำลังใจที่ดีแก่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง โรงพยาบาลจะนำอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ประชาชนนำมามอบให้มาบริหารจัดการแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยอย่างทั่วถึง” ทันตแพทย์หญิงอารีย์ กล่าว

        ทั้งนี้ เครือซีพีและซีพีเอฟ ได้นำผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานปลอดภัยหลากหลายเมนูมามอบให้แก่แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ อาทิ เกี๊ยวกุ้ง สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ข้าวกะเพราไก่ โจ๊กหมู ข้าวอบธัญพืชและไก่ เป็นต้น 

        เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ได้มอบแนวทางให้ทุกบริษัทในเครือฯ เร่งสนับสนุนวงการแพทย์ในการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วยตระหนักดีว่าความร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกันเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องทำ จึงจัดตั้งงบประมาณ 200 ล้านบาท สนับสนุนด้านอาหาร น้ำดื่ม ตลอดจนระบบการสื่อสารและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม ด้วยมุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว.