ธกส.อัดเงิน 400 ล้านบาท ช่วยสภาพคล่อง สหกรณ์ ตร.ที่ถูกโกง

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 878
ธกส.อัดเงิน 400 ล้านบาท ช่วยสภาพคล่อง สหกรณ์ ตร.ที่ถูกโกง

พัทลุง-สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัดเตรียมจัดประชุมวิสามัญในต้นเดือนสิงหาคม  ด้าน  ธกส.เตรียมจ่ายเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์ฯอีกประมาณ 400 ล้านบาท


คดีทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหา 24 ราย ทางด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. ดำเนินการอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาและเครือญาติแล้วประมาณ 400 ล้านบาท ล่าสุดมีการขยายผลการสอบสวนไปอายัดทรัพย์สินได้อีกจำนวนมาก  ด้านผู้ต้องหาเข้าแจ้งความเอาผิดกับพนักงานสอบสวนอีก 1 ราย   ด้านตำรวจ ภ.9  จะร่วมกับ  ผบก.ภ.จ.พัทลุง ร่วมกันเร่งแก้ปัญหาด้านเสถียรภาพของสหกรณ์ฯ  โดยการจัดประชุมหัวหน้าโรงพัก  ตัวแทนโรงพัก  เพื่อเร่งหาประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด คนใหม่  หลังจากที่ประธานคณะกรรมการฯ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาได้ลาออกไป  ซึ่งขณะนี้ว่าที่ประธานฯดังกล่าวได้ตอบรับแล้ว  ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น 


ความคืบหน้าคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  แหล่งข่าวจากสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่าในต้นเดือนสิงหาคม 2565 นี้ ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด จะจัดให้มีการประชุมวิสามัญ ประจำปี 2565 เพื่อรับรองงบแสดงฐานะทางการเงิน การจัดทำแผนฟื้นฟู และการกำหนดวงเงินกู้ยืม เพื่อให้เจ้าหนี้จ่ายเงินมาสร้างสภาพคล่องแก่สหกรณ์ฯ  ซึ่งในขณะนี้ ธกส.พร้อมที่จะจ่ายเงินกู้ให้แก่สหกรณ์ฯแล้วประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยก็พร้อมที่จะให้เงินกู้แก่สหกรณ์ฯตามความจำเป็นของสหกรณ์ฯ  เพื่อสร้างสภาพคล่องให้แก่สหกรณ์ฯอีกประมาณ  100 - 200  ล้านบาท  โดยก่อนหน้านี้ทางชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศ ได้ให้การช่วยเหลือด้านเงินกู้มาอย่างต่อเนื่อง  หากการฟื้นฟูสหกรณ์ฯได้รวดเร็วก็จะสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่สมาชิกที่เพิ่มขึ้น  


ทั้งนี้ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุง  จะเร่งทำการตรวจสอบระบบบัญชีว่ามีส่วนไหนบ้างที่ไม่เกิดจากการทุจริต เป็นการจ่ายเงินที่เกินไปจากความเป็นจริง อาทิ เงินปันผล  เงินเฉลี่ยคืน  และเงินทุนสำรอง ฯลฯ ในแต่ละปี  ซึ่งอาจจะทำให้การขาดทุนสะสมของสหกรณ์ฯลดลง  แต่ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขดังกล่าวได้  โดยจะต้องพูดคุยกับผู้สอบบัญชีเอกชนอีกครั้งหนึ่งในสัปดาห์หน้า


ส่วนการทุจริตเงินสหกรณ์ฯยังคงอยู่ที่มาก กว่า 1,500 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้ทุจริตได้นำเงินจากการทุจริตออกสู่ภายนอก  เพื่อผลประโยชน์แก่ตนเอง บุคคลในครอบครัว และเครือญาติ ฯลฯ  มากกว่า 800 ล้านบาท  ในขณะนี้ถูกพนักงานสอบสวนตามคำสั่งของ ผบ.ตร.ได้อายัดทรัพย์สินทั้งในและต่างจังหวัดได้เป็นจำนวนมากแล้ว  อีกส่วนหนึ่งประมาณ  745  ล้านบาทนั้น  เป็นการทุจริตที่ให้สหกรณ์ฯมีรายได้เกินความเป็นจริง  เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ฯได้เห็นว่ากลุ่มผู้ทุจริตมีการบริหารงานกิจการสหกรณ์ฯที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งเป็นการปั้นให้สหกรณ์ฯมีกำไรเกินความจริงจนทำให้สมาชิกได้รับเงินที่ทุจริตดังกล่าวในรูปแบบเงินเฉลี่ยคืน  เงินปันผล  และเงินทุนสำรอง  เมื่อสมาชิกสหกรณ์ฯได้เงินปันผล ที่สูงกว่าปกติก็เกิดความนิยมและศรัทธาต่อกลุ่มผู้ทุจริต  จนนำไปสู่ความเสียหายในสหกรณ์ฯดังกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อตอนสายวันที่ 7 ก.ค. กำลังชุดสอบสวนของ สตช. ได้เรียกผู้ต้องหา สมาชิกในครอบครัว  และเครือญาติที่เกี่ยวข้อง มาสอบปากคำเพื่อขยายผลไปสู่การอายัดทรัพย์และยึดทรัพย์อย่างต่อเนื่อง  ส่วนพล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.อธ. ผู้รับผิดชอบด้านงานสอบสวนตามคำสั่งของ  ผบ.ตร.พร้อมพวก  จะลงพื้นที่ตรวจสอบสำนวนการขยายผลไปสู่การอายัดทรัพย์และการยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาและเครือญาติ และในสัปดาห์หน้าน่าจะมีการสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนไปสู่การอายัดทรัพย์และยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา รวมทั้งเครือญาติอย่างแน่นอน  ท่ามกลางการจับตามองของสมาชิกสหกรณ์ฯว่าทรัพย์สินดังกล่าวนี้จะมีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน  ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.