“นริศ” ติดตามความคืบหน้าสร้างสนามบินพัทลุง ใช้งบ 3,045 ล้าน

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 173
“นริศ“ รักษาการ รมช.มหาดไทย
“นริศ” ติดตามความคืบหน้าสร้างสนามบินพัทลุง ใช้งบ 3,045 ล้าน

พัทลุง- “นริศ“ รักษาการ รมช.มหาดไทย ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสนามบินพัทลุง  ส่วนสถานที่ก่อสร้างยังใช้ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงเหมือนเดิม ใช้งบประมาณ 3,045 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนริศ ขำนุรักษ์ รก.รมช. มหาดไทย  เป็นประธานในการประชุมติดตามผลการป้องกันปราบปรามยาเสพติด การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และการขับเคลื่อนการก่อสร้างสนามบินพัทลุง ที่ห้องประชุมPOC  ศาลากลางจังหวัดพัทลุง โดยมีนางนิศากร วิศิษฏ์สรอรรถ ผวจ.พัทลุง  และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง  เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา


การประชุมครั้งนี้มีข้อสรุปว่าการก่อสร้างสนามบินพัทลุงนั้นจะใช้ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงเป็นสถานที่ก่อสร้าง ในเนื้อที่ 1,496 ไร่ ใช้งบก่อสร้างที่รวมกับการก่อสร้างศูนย์วิจัยข้าวขึ้นมาใหม่ ประมาณ 3,045  ล้านบาท โดยจะย้ายศูนย์วิจัยข้าวไปไว้ที่ที่ดินธนารักษ์ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง เนื้อที่ประมาณ  500  ไร่ที่อยู่ติดกันทางด้านทิศใต้ของศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง


อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ายังมีข้อจำกัดของระยะเวลาการเดินทางไม่เกิน 90 นาที ของสนามบินตรัง สนามบินนครศรีธรรมราช  ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาของการจัดตั้งสนามบินแห่งใหม่ของคณะกรรมการการบินพลเรือน  และขีดความสามารถของการใช้ประโยชน์  ซึ่งทางกรมการบินพลเรือนเห็นว่าสนามบินที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันยังมีความครอบคลุมในการให้บริการ แต่ทางจังหวัดพัทขุงก็ได้เร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง  โดยการจัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ 5 ฝ่าย มีการนำเข้าในที่ประชุม  กรอ. จังหวัดถึง  6  ครั้ง และมีการยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากมั่นใจว่าการสร้างสนามบินพัทลุงจะมีชาวพัทลุง  สงขลา และ จ.สงขลามาใช้บริการอย่างแน่นอน  


ส่วนการท่องเที่ยว การจัดตั้งคณะแพทย ศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง  การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวประเภทเขา ป่า นา เล  จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การก่อสร้างสมานมบินพัทลุงประสบความสำเร็วในอนาคต โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569  จะมีผู้มาใช้บริการประมาณ  214,129  คน และมีเที่ยวบินประมาณ 1,400  เที่ยวบิน.


















อ่านข่าวที่เกี่ยงข้อง :