“นิพิฏฐ์” ย้ำให้ชาวพัทลุงจับตาดูการประมูลรังนกฯ

หมวดหมู่ : พัทลุง,

อ่าน : 799
“นิพิฏฐ์” ย้ำให้ชาวพัทลุงจับตาดูการประมูลรังนกฯ

พัทลุง-“ นิพิฏฐ์  แจ้งให้ชาวพัทลุงจับตามองการสัมปทานรังนกอีกแอ่น  เพราะเป็นผลประโยชน์ของชาวพัทลุง  ส่วนคณะกรรมการกำหนดราคากลางก็ต้องตอบข้อสงสัยของชาวบ้านได้ว่าทำไมตั้งราคาไว้สูงเช่นนี้ ทั้งกรณีมีผู้มีคนประมูลและไม่มีคนประมูล

 

        กรณีสัญญาการประมูลการจัดเก็บรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุงได้สิ้นสุดลง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง  ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุง ได้ออกมาประกาศของคณะกรรมการรังนกฯ  โดยกำหนดระยะเวลาให้สัมปทาน 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 – 14 มิถุนายน 2569 ในราคากลาง 500 ล้านบาท  และประกาศขายซองเอกสารการประมูลรังนกฯในราคาซองละ  30,000 บาท แต่ก็ยังไม่มีการซื้อเอกสารประมูลเงินอากรรังนกฯ แม้แต่รายเดียว  ทางด้านคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกฯจึงมีมติให้คณะกรรมการกำหนดราคากลาง ซึ่งมีนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง   เป็นประธาน  ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกำหนดราคากลางขึ้น  ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีความเห็นของราคากลางเป็น  450  ล้านบาท  และ  500  ล้านบาท  ในเสียง 6/6  นายวิสุทธิ์ฯจึงได้ลงคะแนนให้ราคากลางอยู่ที่  500  ล้านบาทเหมือนเดิม

        ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการรังนกฯเมื่อวันที่  30 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบราคากลาง 500 ล้านบาท  และยังมีมติลดราคาซองเอกสารการประมูลรังนกฯ ให้เหลือซองละ 10,000 บาท และลดหลักประกันสัญญาของผู้ที่ชนะการประมูลรังนกฯจากร้อยละ 40 เหลือร้อยละ 30 ขายซองเอกสารตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2564 - 12 พฤษภาคม 2564 และยื่นซองประมูลรังนกฯในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 10.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง บริเวณศาลากลางจังหวัดพัทลุง และจะเปิดซองการประมูลในวันเดียวกัน( 14 เม.ย.)

เวลา12.00 น. ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

        เกี่นวกับเรื่องนี้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. บุคคลสำคัญของพรรค ปชป. ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการออก พรบ.รังนกอีแอ่น จนประสบความสำเร็จ  เปิดเผยว่า เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาวพัทลุง คณะกรรมการจะต้องตอบข้อคำถามชาวพัทลุงว่าทำไมจึงกำหนดราคากลางเป็น 500 ล้านบาท  ทั้งๆที่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาราคากลางอยู่ที่ 450 ล้านบาท  จนนำไปสู่การประมูลได้ในราคากลางดังกล่าว การตรวจสอบข้อมูลสถิติการจัดเก็บรังนกนั้น ตนเห็นว่าน่าจะต้องคิดตั้งแต่ 10 ปีที่ผ่านมาว่าในแต่ละปีจำนวนรังนกทั้ง 3 ชนิด เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร  จะนำสถิติข้อมูลการจัดเก็บรังนก 5 ปีที่ผ่านมามาเป็นหลักการและเหตุผลที่สำคัญในการกำหนดราคากลางคงไม่ถูกต้อง  เพราะหากไม่มีใครเข้ามาประมูลการสัมปทานรังนกฯ ความเสียหายของ จ.พัทลุง ก็จะเกิดขึ้นอย่างมากมาย

        นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า คณะกรรมการกำหนดราคากลางทั้ง 6 คน  ที่ได้กำหนดราคากลางไว้ที่  450 ล้านบาท  แต่แพ้เสียงโหวตในที่ประชุมนั้น   บุคคลเหล่านี้จะต้องตอบคำถามของชาวพัทลุงได้ว่าเหตุผลอันใดที่ได้กำหนดราคากลางไว้ที่ราคา 450  ล้านบาท เหมือนกับการสัมปทานรังนกฯในรอบ  5  ปีที่ผ่านมา  และหากว่าการสัมปทานรังนกฯในปีนี้ได้ราคากลาง 500 ล้านบาทที่กำหนดไว้ คณะกรรมการการกำหนดราคากลางที่ 450 ล้านบาท ก็จะต้องพิจารณาตัวเองด้วย  และหากว่าคณะกรรมการที่กำหนดราคากลาง 450 ล้านบาท  เป็นคณะกรรมการในสัดส่วนของ อบจ.พัทลุง ทาง อบจ.พัทลุง ก็ไม่ควรให้คณะกรรมการดังกล่าวเข้ามาเป็นคณะกรรมการกำหนดราคากลางในครั้งต่อไป  และประการสำคัญก็คือเมื่อการสัมปทานรังนกฯสิ้นสุดลงจนเกิดช่องว่างบนเกาะรังนกทั้ง 7 เกาะนั้น ทางจังหวัดจะวางมาตรการและเฝ้าระวังการลักรังนกกันอย่างใร พร้อมทั้งขอให้ชาวพัทลุงเข้ามาจับตา ติดตามความเคลื่อนไหว ของการสัมปทานรังนกฯในครั้งนี้ด้วย  เนื่องจากเป็นประโยชน์ร่วมกันของชาวพัทลุงทั้งจังหวัด.