“นิพิฏฐ์”เดินหน้าผลักดันแก้ พ.ร.บ.รังนกฯ ให้นำเงินมาพัฒนาจังหวัดได้เต็มที่

หมวดหมู่ : เศรษฐกิจ, พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 1,340
“นิพิฏฐ์”เดินหน้าผลักดันแก้ พ.ร.บ.รังนกฯ ให้นำเงินมาพัฒนาจังหวัดได้เต็มที่

พัทลุง-“ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” เตรียมยื่นหนังสือถึง  ผวจ.พัทลุง  เพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในการแก้ปัญหา พ.ร.บ.รังนกฯ ปี 2540  นำเงินรายได้ไปสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างรูปธรรม


นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การสัมปทานรังนกอีแอ่น จ.พัทลุง ได้ผู้ประมูลในราคา  400 ล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปีไปแล้ว ตนจะได้มีหนังสือถึงนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์  ผวจ.พัทลุง เพื่อให้ทางจังหวัดได้เป็นเจ้าภาพในการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข  พ.ร.บ.รังนกอีแอ่น  พ.ศ. 2540 เนื่องจากในระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมานั้นจังหวัดพัทลุงมีรายได้จากเงินอากรรังนกฯมากถึง 1,659  ล้านบาท  หากรวมกับการสัมปทานล่าสุดจังหวัดฯมีรายได้มากถึง 2,059 ล้านบาท  


แต่ในรอบ  17  ปีที่ผ่านมานั้นเงินอากรรังนกยังไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวพัทลุงที่เป็นรูปธรรมทั้งในวันนี้และในอนาคต     ดังนั้น  ถึงเวลาแล้วที่ชาวพัทลุงทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นการแก้ไข  พ.ร.บ.รังนกฯ  หากทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการแก้  พ.ร.บ.ดังกล่าว  ตนจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการทำหนังสือการขอแก้ไข พ.ร.บ.รังนกไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อขอสนับสนุนการแก้ไข  พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อไป


นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า เงินอากรรังนกที่มีมูลค่ามากนั้น  น่าจะนำไปใช้การดำเนินงานโครงการด้านต่างๆที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ของชาวพัทลุงโดยภาพรวม  ซึ่งไม่สามารถนำงบประมาณประจำปีของรัฐบาลมาดำเนินการได้  เนื่องจากต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก อาทิ การจัดตั้งวิทยาลัยแพทย์  การจัดตั้งศูนย์แพทย์  การจัดตั้งศูนย์รักษา  พยาบาลที่ต้องใช้ความชำนาญด้านการแพทย์  ศูนย์อุบัติเหตุ ศูนย์โรคหัวใจ  การสนับสนุนส่งด้านการท่องเที่ยวและกีฬา  ฯลฯ  ทั้งนี้  การขับเคลื่อนการใช้เงินอาการรังนกหลังจากการแก้ไข  พรบ.รังนกฯสำเร็จนั้นก็ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัด  และให้มีการจัดคณะกรรมการการดำเนินงานการใช้จ่ายเงินดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคประชาชน  องค์กรกครองท้องถิ่น จนท.รัฐ ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย  


“ผมมั่นใจว่าหากแก้ไข  พ.ร.บ.รังนกฯสำเร็จ  และนำเงินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ต่อส่วนรวมที่เป็นรูปธรรมแล้ว จะเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่จะทำให้ชาวพัทลุงได้ร่วมกันรักและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติที่ล้ำค่าของจังหวัด  และร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมให้ทรัพยากรดังกล่าวตกทอดสู่คนอนุชนคนรุ่นหลังสืบไป” นายนิพิฏฐ์กล่าวย้ำ.