“บิ๊กโจ๊ก”ตามล่าเงินสดเครือข่ายผู้ทุจริตสหกรณ์ ตร. ถอนมาซ่อนไว้

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 1,022
“บิ๊กโจ๊ก”ตามล่าเงินสดเครือข่ายผู้ทุจริตสหกรณ์ ตร. ถอนมาซ่อนไว้

พัทลุง-“บิ๊กโจ๊ก “ เตรียมลงพื้นที่อายัดและยึดทรัพย์ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินสหกรณ์ฯด้วยตนเอง  ด้านรองผบก.ภ.จว.พัทลุง ยืนยันไม่มีคำสั่งให้ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาและเครือญาติแอบถอนเงินสดมาซุกซ่อนไว้ เกรงถูกอายัด ทางตำรวจเร่งสืบสวนหาแหล่งซุกซ่อนเพื่อตามยึดต่อไป


กรณีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และมีการจับกุมผู้ต้องหาแล้ว 24 ราย โดยพล.ต.ท.สุรเชษษ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. ที่ได้รับแต่งตั้งจาก ผบ.ตร.ให้เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน  ดำเนินการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาไปแล้วประมาณ 400 ล้านบาท ขณะที่มีผู้ต้องหาเข้าแจ้งความเอาผิดตามมาตรา  157  แก่ ตร.ชุดสอบสวนในคดีดังกล่าว จำนวน  2 ราย  และมีการอายัดเงินหุ้นในบัญชีผี และบัญชีเงินฝากในสหกรณ์ฯแล้วประมาณ 100 ล้านบาท  ตามข่าวที่เสนอมานั้น

 

ความคืบหน้าคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วรชาติ  รสจันทร์  รอง  ผบก.ภ.จว.พัทลุง  เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าได้มีคำสั่งให้ตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินสหกรณ์ฯหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  เพราะตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวนั้นมิได้กระทำความผิดในหน้าที่  แต่เป็นการกระทำความผิดนอกเหนือหน้าที่  ซึ่งเหมือนกับตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีรังนกที่ยังปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม  ในส่วนการอายัดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหาประมาณ  400  ล้านบาทนั้น  มิได้นำมารวมกับการอายัดเงินในสหกรณ์ฯจำนวน  100  ล้านบาท  เนื่องจากเงินค่าหุ้นในสหกรณ์ฯยังไม่มีมูลค่า  


ส่วนการสืบสวนสอบสวนของตำรวจตามคำสั่ง  ผบ.ตร.นั้น  เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อไล่เส้นทางทางการเงิน  เส้นทางการเงินโยงไปถึงผู้ใดก็จะเรียกผู้นั้นมาสอบปากคำโดยทันที  ซึ่งในขณะนี้ได้นำผู้ต้องหา  เครือญาติ  สมาชิกในครอบครัวมาสอบปากคำหลายรายแล้ว  หากไม่สามารถตอบคำถามที่ไปที่มาของเงินและทรัพย์สินได้ก็จะนำเข้าสู่กฎหมายการฟอกเงินโดยทันที  ทั้งนี้พล.ต.ท.สุรเชษษ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.  ได้ให้ความสำคัญ  มีความมุ่งมั่น  ตั้งใจ  ที่จะฟื้นฟูและกอบกู้สถานภาพด้านการเงินของสหกรณ์ฯให้คืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด  


ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าต้นเดือนนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. จะลงพื้นที่มาอายัดทรัพย์ และยึดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหาโดยตนเอง  แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะลงปฏิบัติการดังกล่าวในพื้นที่ไหน  ส่วน ปปง.ที่ได้รับข้อมูลการทุจริตเงินสหกรณ์ฯในเบื้องต้นจากพนักงานสอบสวน ขณะนี้ทาง  ปปง. ได้ขยายผลข้อมูลดังกล่าวไปสู่การเตรียมการอายัดทรัพย์  และยึดทรัพย์ตามอำนาจหน้าที่  ร่วมกับตำรวจของจังหวัดต่างๆ ตามคำสั่งของ  ผบ.ตร. ทุกๆจังหวัดแล้ว  คาดว่าน่าจะมีการปฏิบัติการอายัดและยึดทรัพย์พร้อมๆกันทุกจังหวัดอย่างแน่นอน 


ขณะที่การปฏิบัติหน้าที่ชุดสืบสวนในการสืบทรัพย์ของ ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง ตามคำสั่งของ ผบ.ตร.ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในเบื้องต้นพบว่ามีการแตกคอกันเองในกลุ่มของผู้ต้องหา โดยโยนความผิดไปยังผู้ต้องหารายสำคัญที่เป็นต้นตอของชนวนเหตุการทุจริตเงินสหกรณ์ฯ  เพื่อป้องกันมิให้ตนเองถูกอายัดและยึดทรัพย์จากการร่วมกันกระทำความผิดในครั้งนี้ โดยเฉพาะการโอนเงินไปมาระหว่างกันในปี  พ.ศ. 2564  ครั้งละประมาณ  20  ล้านบาทนั้น  ผู้ต้องหารายหนึ่งได้โยนความผิดให้กับผู้ต้องหารายสำคัญโดยผู้ต้องหาคนดังกล่าวยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดแต่อย่างใด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การอายัดทรัพย์และยึดทรัพย์นั้นน่าจะได้เงินสดไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะยึดได้จากทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนเงินสดนั้นน่าจะนำไปซุกซ่อนไว้ในที่ใดที่หนึ่ง โดยเงินสดดังกล่าวกลุ่มผู้ต้องหาและเครือญาติได้ถอนออกจากสหกรณ์ฯก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะฉาวโฉ่ออกมา และไม่ได้นำไปฟอกเงินด้วยการซื้อทรัพย์สินเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกยึดและอายัดทรัพย์  ซึ่งตำรวจจะเร่งสืบสวนหาแหล่งซุกซ่อนเงินสดเหล่านี้เพื่อยึดและนำมาแก้ปัญหาภายในสหกรณ์ฯ ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.