“บิ๊กโจ๊ก” สั่ง”ผู้การรังนก” เร่งขยายผลจับผู้ต้องหาเพิ่ม คดีทุจริตเงินสหกรณ์ ตร.

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 834
“บิ๊กโจ๊ก” สั่ง”ผู้การรังนก” เร่งขยายผลจับผู้ต้องหาเพิ่ม คดีทุจริตเงินสหกรณ์ ตร.

พัทลุง-“บิ๊กโจ๊ก“ สั่ง “ผู้การรังนก“ ลงพื้นที่สอบปากคำอดีตผู้จัดการสหกรณ์ฯและผู้ต้องหารายสำคัญ  เพื่อเร่งขยายผลไปสู่การยึดทรัพย์  และการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตให้เร็วยิ่งขึ้น


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.เร่งขยายผล คดีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัดวงเงินไม่น้อยกว่า 1,450 ล้านบาท ที่ทำเป็นขบวนการ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต. ไพโรจน์  กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. หรือ”ผู้การรังนก” นำทีมเร่งสอบสวนขยายผล เพื่อจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม หลังออกหมายจับผู้ต้องหา  งวดแรก 24 คน  ทางด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรค ปชป. ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ได้นำหนังสือร้องเรียนของตัวแทนกลุ่มผู้ต้องหาและตัวแทนสมาชิกหาเจ้าแจ้งต่อคณะกรรมาธิการฯแล้ว  ในขณะที่ ร.ต.ท. พันธ์ชัย ชัยด้วง ประธานคณะกรรมการดำเนินงานlสหกรณ์ฯ และ ร.ต.ท. หญิง อรุชา ช่วยกิจกรรมการ (อดีต เหรัญญิก) ได้ขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว  ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น 


ผู้สื่อข่าว  จ.พัทลุง  รายงานว่า เมื่อวันที่  12  มิถุนายน 2565 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้   พล.ต.ต.ไพโรจน์  กุจิระพันธ์  ผบก.อธ. หรือ “ ผู้การรังนก “ เดินทางมาติดตามสำนวนการสอบปากคำของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  24  ราย  ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ  10.00  น.ในวันเดียวกัน  ก็ได้เป็นประธานในการประชุมพนักงานสอบสวนของ  ภ.จว.พัทลุง  และของ ภ.9  จากนั้นก็ได้ลงพื้นที่ไปสอบปากคำผู้ต้องหารายสำคัญๆด้วยตนเอง   ทำให้ผู้ต้องคนสำคัญบางคนไม่คาดคิดว่าทางด้าน  พล.ต.ต.ไพโรจน์  กุจิระพันธ์  ผบก.อธ. จะนำทีมงานลงพื้นที่สอบปากคำด้วยตนเองทั้งๆที่เป็นวันหยุดราชการ


ต่อมาเมื่อยตอนสายวันที่ 13 มิถุนายน พล.ต.ต.ไพโรจน์  กุจิระพันธ์  ผบก.อธ. หรือ “ ผู้การรังนก “ ได้เชิญนางสาวสุภา  สุวรรณเดชากุล  อายุ  68  ปี  อดีตผู้จัดการสหกรณ์ฯ ผู้ที่เป็นผู้ต้องหารายสำคัญมาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง โดยมีทนายความของนางสาวสุภามาร่วมรับฟังการสอบปากคำในครั้งนี้ด้วย  แต่ปฏิเสธที่จะให้สื่อมวลชนเข้าถ่ายภาพหลังจากที่สอบปากคำไปประมาณกว่า 3 ชั่วโมง พล.ต.ต.ไพโรจน์ จึงได้เดินทางกลับกรุงเพทฯ  เพื่อเดินทางไปขยายผลการสอบสวนคดีสำคัญในจังหวัดแห่งหนึ่ง  และได้มอบหมายให้  พ.ต.อ.ประสิทธิ์ ปานดำ ผกก.(กลุ่มงานสอบสวน) ภ.9  พร้อมพวก  ได้สอบปากคำนางสาวสุภาต่อไป


ด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. มีความเป็นห่วงการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว  จึงได้มอบหมายให้ตนลงพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือด้านการจัดทำสำนวนการสอบสวน  เพื่อให้การคลี่คลายคดีดังกล่าวมีประสิทธิภาพเหมือนคดีลักรังนกฯที่ผ่านมา  เรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการในครั้งนี้จะต้องขยายผลการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาอย่างรัดกุม  เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของสหกรณ์ฯ คือชุดสอบสวนของสตช.จะต้องเร่งดำเนินการมี  2  ประการ  คือ 1.จะต้องเร่งยึดทรัพย์ผู้ต้องหารายสำคัญเพื่อนำทรัพย์สิน  เงินสด  กลับคืนมาสู่สหกรณ์ฯโดยเร็วที่สุด  และ 2.จะต้องเร่งขยายผลการสอบสวนไปจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหามาดำเนินการตามกฎหมาย  ใครที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินสหกรณ์ฯจะต้องถูกจับกุมทุกๆราย  ซึ่งการดำเนินการทั้ง 2 ประการนี้จะต้องให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด 


พล.ต.ต.ไพโรจน์ เผยอีกว่า การสอบปากคำผู้ต้องหารายสำคัญของคดีดังกล่าวนั้น เบื้องต้นได้ผลเป็นที่น่าพอใจยิ่ง แต่ไม่สามารถที่จะเผยรายละเอียดได้  เนื่องจากเป็นความลับของการสำนวนการสอบสวน    ทั้งนี้ชุดสอบสวนของ สตช.จะเร่งดำเนินการทั้ง 2  ประการให้รวดเร็วที่สุด โดยในสัปดาห์หน้าทางด้าน  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร.  ได้มอบหมายให้ตนนำพนักงานสอบสวนของ  สตช. ลงพื้นที่เพื่อขยายผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  2  ประเด็น  มากกว่า  10  นาย     การลงพื้นที่คลี่คลายคดีดังกล่าวนี้นับเป็นการทำบุญครั้งสำคัญที่จะสามารถช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯได้จำนวนหลายคน  ขอให้สมาชิกสหกรณ์ฯได้มั่นใจและเชื่อใจต่อตำรวจชุดสอบสวนของ  สตช.ที่ลงมาช่วยเหลือการคลี่คลายในคดีดังกล่าว


ทางด้านสมาชิกสหกรณ์ฯรายหนึ่ง  เผยว่า  ในช่วงเปิดภาคเรียนครอบครัวของสมาชิกสหกรณ์ฯได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  หลายรายต้องมีหนี้สินเพิ่มเติม  ยืมเงินนอกระบบ  ปีที่ผ่านมามีการจัดสวัสดิการเงินทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกจำนวนหลายทุนแต่ปีนี้ไม่มี  พวกตนจึงขอความอนุเคราะห์ไปยัง  สตช.ในการดูแลด้านสวัสดิการแก่มวลสมาชิกด้วย  เนื่องจากสมาชิกสหกรณ์ฯพัทลุงเป็นจังหวัดเดี่ยวที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้  ในขณะเดียวกันก็ขอความอนุเคราะห์ไปยังสันนิบาตสหกรณ์ฯได้เข้ามาดูแลความเดือดร้อนของมวลสมาชิกสหกรณ์ฯในครั้งนี้ด้วย  ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.