ปปง.เตรียมฟ้องแพ่งคดีโกงสหกรณ์ ตร.พัทลุง -ตรวจพบทรัพย์สินเพิ่มอีก

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 788
ปปง.เตรียมฟ้องแพ่งคดีโกงสหกรณ์ ตร.พัทลุง -ตรวจพบทรัพย์สินเพิ่มอีก

พัทลุง-ปปง.เตรียมฟ้องคดีแพ่งกับกลุ่มผู้ต้องหา  เพื่อนำทรัพย์คืนสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด และตรวจสอบพบทรัพย์สินผู้ต้องหาเพิ่มอีกเตรียมเสนออายัดเพื่อตรวจสอบยึดต่อไป


การทุจริตในสหกรณ์ตำรวจพัทลุง จำกัด ซึ่งนับเป็นคดีมหากาพย์ที่ทำเป็นขบวนการ ทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท จนนำไปสู่การจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน 65 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. และนางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.กองคดี 3 ปปง. พร้อมคณะทำงานคดีนี้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวปิดคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ รวมทั้งยึดทรัพย์สินจากกลุ่มผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 1,003,753,140 บาท มีรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานมากกว่า 959 ราย เอกสารในสำนวนมีมากกว่า 50,000 แผ่น  และจะนำกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง  26  รายส่งอัยการจังหวัด เพื่อดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลฯ ในวันจันทร์ที่  19  กันยายน 2565  ตามข่าวที่เสนอมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น 


ความคืบหน้าคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.กองคดี 3 ปปง. เปิดเผยว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนส่งกลุ่มผู้ต้องหาไปดำเนินการตามคดีอาญาต่ออัยการแล้ว  ทางปปง.จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการในการดำเนินการในคดีแพ่งกับกลุ่มผู้ต้องหา  คาดว่าจะนำส่งฟ้องต่อคดีแพ่งได้ภายในเดือนตุลาคม 2565 นี้ ตามกรอบกฎหมายของ ปปง.นั้น สามารถที่จะตรวจสอบ  ดำเนินการกับทรัพย์สินของกลุ่มผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมได้อีกหากพบการกระทำความผิด  ล่าสุดได้พบทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดได้อีกจำนวนหนึ่ง  ซึ่งจะได้พิจารณาว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องก็สามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้อีก  จากนั้นจะนำไปสู่การรวบรวมสำนวน และยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์เหล่านี้คุ้มครองสิทธิ์กับสหกรณ์ตำรวจฯต่อไป


สำหรับการฟ้องแพ่งดังกล่าวนี้จะมีขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม 2565 โดยทาง ปปง.ได้ส่งสำนวนต่อคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. เพื่อนำเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการดังกล่าวต่อไป หากในที่ประชุมเห็นว่าทรัพย์ดังกล่าวได้มาจากการกระทำความผิด  คณะกรรมการจะมีมติให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ โดยจะใช้ระยะเวลา 90 วัน คือ ปปง.ใช้เวลา 60 วัน อัยการใช้เวลา 30 วัน ซึ่งทางอัยการจะดูว่าพยานหลักฐาน ข้อกล่าวหาเป็นอย่างไร หลักฐานอยู่ใน 1 ของ  28  ของมูลฐานหรือไม่  ปรากฏหลักฐานหรือไม่  ทางอัยการจะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์นี้คุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหาย  หากเหลือก็จะตกเป็นทรัพย์ของแผ่นดินต่อไป


ส่วนสำนวนการฟอกเงินนั้น  พนักงานสอบสวนกำลังดำเนินการอยู่แล้วในขณะนี้โดยยังมีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกันอย่างต่อเนื่องเกือบทุกๆวัน  หลังจากที่สอบสวนเสร็จแล้วพนักงานสอบสวนจะส่งสำนวน  เอกสาร  หลักฐานมายัง  ปปง. เพราะกรอบอำนาจเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นหน้าที่ของ ปปง. ที่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบกฎหมาย  โดยทางพนักงานสอบสวนจะรับผิดชอบทางด้านคดีอาญา  และคดีฟอกเงิน  ส่วนการดำเนินคดีแพ่งกับกลุ่มผู้ต้องหานั้นเป็นหน้าที่ของ  ปปง. ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.