ผบ.ตร.-ปปง.แถลงปิดคดีมหากาพย์ทุจริตสหกรณ์ ตร.พัทลุง ยึดทรัพย์ทรัพย์ได้ 1,003 ล้าน

หมวดหมู่ : พัทลุง,

อ่าน : 778
ผบ.ตร.-ปปง.แถลงปิดคดีมหากาพย์ทุจริตสหกรณ์ ตร.พัทลุง ยึดทรัพย์ทรัพย์ได้ 1,003 ล้าน

พัทลุง-ผบ.ตร. และ ปปง. ร่วมแถลงข่าวปิดคดีทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัดมีผู้ต้องหา 27 คน ผู้เกี่ยวข้อง 84 ราย รวมยึดทรัพย์สินมาแล้วมากกว่า  1,003 ล้านบาท จะเร่งส่งฟ้องได้ภายในวันที่18 ตุลาคมนี้ และนำทรัพย์สินมาคืนสหกรณ์ฯได้ภายใน 2 ปี

 

จากคดีมหากาพย์การทุจริตในสหกรณ์ตำรวจพัทลุง จำกัด ที่ทำกันเป็นขบวนการ ทำให้เกิดความเสียหายวงเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท จนนำไปสู่การจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย และยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหารไปแล้วประมาณ 700 ล้านบาท ด้าน ปปง.กำลังขับเคลื่อนการยึดทรัพย์อีกหลายร้อยล้านบาท ในส่วนของคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯเตรียมจัดประชุมวิสามัญครั้งที่ 1 เพื่อรับรองงบดุลการเงิน ประจำปี 2564 ประมาณต้นเดือนตุลาคม 2565 เพื่อนำไปสู่การจัดจำหน่าย ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้าคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ  11.00  น.วันนี้(13 ก.ย.2565) ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นันทเดช  ย้อยนวล  ผบช.ภ.9   และนางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.กองคดี  3  ปปง. และคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าวปิดคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ฯดังกล่าว โดยมีกลุ่มผู้ต้องหา  จำนวน  27  ราย  มีการตรวจพบหลักฐานการทุจริตจากการจ่ายเช็ค  จำนวน  1,504  ฉบับ  ซึ่งพบว่ามีการนำเงินออกจากสหกรณ์ฯจำนวน  979,717,879.- บาท  ต่อมาเมื่อวันที่  22  สิงหาคม  2565 ได้มีการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 74 เป้าหมาย จำนวน 9 จังหวัด  โดยสามารถยึดทรัพย์สินได้  จำนวน  694  ล้านบาท

นอกจากนี้ วันเดียวกันได้มีการเข้าตรวจค้นเพิ่มเติมอีก  25  จุด ในพื้นที่  จ.จันทบุรี  นครศรีธรรมราช  ตรัง  และจ.พัทลุง โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เป็นบ้าน  7  หลัง มูลค่า 105  ล้านบาท  ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 5 จุด มูลค่า  25 ล้านบาท  ที่ดินตามโฉนด  18  จุด มูลค่า  127 ล้านบาท  และอายัดหุ้นในตลาดลักทรัพย์  53 บัญชี มูลค่า  52 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในวันนี้ทั้งสิ้น  309,311,640.-บาท  และจากการเข้าตรวจค้นในพื้นที่  99 จุด ในพื้นที่  9 จังหวัดนั้น  มีทรัพย์สินที่ยึดได้รวมกันทั้งสิ้น  1,003,753,140.-บาทในส่วนของสำนวนการสอบสวนในคดีนี้  คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน  สอบปากคำพยานมากกว่า 959 ราย เอกสารในสำนวนมีมากกว่า  50,000 แผ่น  

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.  เผยว่า คดีนี้ทาง  ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เมื่อทราบความเสียหายก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดสืบสวนสอบสวน และทาง  ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้ดำเนินการคดีกับผู้กระทำความผิดโดยเร็วที่สุดก่อนที่สหกรณ์ฯจะล่มสลายไป  และเห็นว่าสหกรณ์ฯยังมีสภาพคล่องจึงได้เร่งรัดให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีทุกบัญชี ความเชื่อมโยงบัญชี การสืบทรัพย์ทั้งหมด และในวันนี้ได้มีการยึดทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ต้องหาโดยใช้อำนาจของ ปปง. ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมด้วยช่วยกันคลี่คลายคดีนี้จนประสบความสำเร็จ

ทางด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า หลังจากที่มีการยึดทรัพย์ของผู้กระทำความผิดจากการโอน  เปลี่ยนแปลง ใครที่รับไปจะต้องถูกดำเนินคดีฟอกเงิน ส่วนค่าเสียหายประมาณมากว่า 1,400 ล้านบาทนั้น  ขณะนี้ยึดทรัพย์มาได้แล้วมากกว่า  1,000 ล้านบาท  จากนี้ไปก็จะส่งสำนวนการสอบสวนส่งฟ้องคดีอาญาต่อพนักงานอัยการ  ส่งฟ้องศาล  ตามขั้นตอนต่อไป  และจะต้องใช้คดีดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาเพื่อขับเคลื่อนการทำงานไปยังสหกรณ์ต่างทั่วประเทศ  และจะต้องถอดบทเรียนเพื่อหามาตรการในการป้องปรามมิให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีก พร้อมกันนั้นก็จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเป็นข้อพิจารณาในการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ 

 

“ขณะเดียวกันทาง  สตช. และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายจะต้องร่วมกันมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง  ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  อาทิ  กรมที่ดิน  ธนาคาร ฯลฯจะต้องเข้ามาถอกบทเรียนในเรื่องดังกล่าวด้วย  รวมทั้งจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันในการป้องปรามการเกิดการทุจริตดังกล่าวนี้” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว

ทางด้าน  นางชลธิชา  ดาวเรือง  ผอ.กองคดี  3  ปปง. กล่าวว่า จากนี้ไปทาง ปปง.จะส่งสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการจังหวัดในวันที่  18  ตุลาคม  2565  เพื่อส่งฟ้องศาลแพ่งตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งในการดำเนินงานของ  ปปง.นั้นได้รับความร่วมมือจากพนักงานสอบสวนด้วยดี  ทำให้มีการยึดทรัพย์จากกลุ่มผู้ต้องหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้อง  84  ราย  คาดว่าจะนำทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาส่งฟ้องตามกระบวนการยุติธรรม  เพื่อนำทรัพย์สินดังกล่าวมาคืนให้กับสหกรณ์ฯภายใน  2  ปี  

 

ขณะที่นายสวัสดิ์  อ่อนประชู  สหกรณ์จังหวัดพัทลุง  กล่าวว่า  การดำเนินงานของสหกรณ์ฯนั้นจะต้องมีการเยี่ยวยาสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อนและมีผลกระทบจากการทุจริตในครั้งนี้ด้วย   ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.