พัทลุง แก้ปัญหารุกที่สาธารณประโยชน์ ใช้ที่ดินของรัฐแทน

หมวดหมู่ : การเมือง, พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 63
ควนท่าสำเภาสาธารณประโยชน์ ปัญหารุกที่สาธารณประโยชน์ ต.ชัยบุรี กบร.พัทลุง
พัทลุง แก้ปัญหารุกที่สาธารณประโยชน์ ใช้ที่ดินของรัฐแทน

        จากกรณีที่กลุ่มชาวบ้านเข้าไปถือครองที่ดิน “ควนท่าสำเภาสาธารณประโยชน์” จำนวน 3,727 ไร่เศษ เพื่อสร้างเป็นที่ทำกินมากกว่า 3,500 ไร่ มานานกว่า 10 ปี จนชาวบ้านร้องเรียนไปยัง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายพงศ์เทพ ประทุมสุวรรณ นายอำเภอเมืองพัทลุง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการเข้าไปจับจองถือครองทำประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบฯ สรุปผลได้ว่ามีประชาชนใน ต.ชัยบุรี ต.ลำปำ และนอกพื้นที่  เข้ามาจับจองถือครองทำประโยชน์ รวมทั้งสิ้น 411 ราย จำนวน 574 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3,421 ไร่ โดยไม่พบรายชื่อผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เข้าไปจับจองถือครองฯ แต่อย่างใด ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น

        ความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อตอนบ่ายวันที่ 8 ต.ค.2563 ที่ห้องประชุมอิรวดี ศาลากลางจังหวัดพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ได้เป็นประธานในการประชุมอนุกรรมการแก้ไขปัญหากาบุกรุกที่ดินของจังหวัดพัทลุง (กบร.พัทลุง) โดยในที่ประชุมมีมติให้นำ “โครงการจัดที่ดินของรัฐ ขจัดความยากจน“ นำมาแก้ไขการบุกรุกที่ดินดังกล่าว โดยได้มอบหมายให้ อบต.ทั้ง 2 แห่ง เสนอโครงการผ่านนายอำเภอเมืองพัทลุง เพื่อส่งไปยัง ผวจ.พัทลุง จากนั้นก็จะส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยโดยผ่านกรมที่ดิน เพื่อขอจัดทำโครงการจัดที่ดินของรัฐ ขจัดความยากจน และขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินงาน ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยก็จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อจัดทำที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรยากจน ราษฎรผู้เดือดร้อน และราษฎรที่ไม่มีที่ทำกินต่อไป ซึ่งผู้ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินให้เข้าถือสิทธิ์ครอบครองจะต้องเสียค่าเช่าแก่ อบต.ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการที่กำหนดไว้

        ขณะเดียวกันทางจังหวัดจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดสรรที่ดิน เพื่อกำหนดเงื่อนไข และคัดเลือกบุคคลที่จะเข้าไปทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกก็ให้ผู้ดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ฯ แจ้งให้บุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่โดยทันทีภายใน 30 วัน หากขัดขืนก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ซึ่งบุคคลเหล่านี้น่าจะประกอบไปด้วยผู้มีฐานะดี กลุ่มข้าราชการ และกลุ่มนายทุน ฯลฯ ส่วนเอกสาร หลักฐานที่จะนำมาประกอบในการตรวจสอบดังกล่าวนี้ ประกอบด้วย เอกสารสิทธิ์ของกรมที่ดิน ทะเบียนเกษตรกร และการเสียภาษีของ อทป. ฯลฯ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้ที่เข้าไปถือครองสร้างที่ทำกินในที่ดินดังกล่าว ในก่อนหน้านี้ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปถือครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.