มาเลย์จับคนไทย 1 คน ขนระเบิดแสวงเครื่อง เตรียมวางในไทย

หมวดหมู่ : นราธิวาส, ต่างประเทศ-ทั่วไป,

อ่าน : 411
โจรใต้วางระเบิดทหารพรานพลีชีพ 1 นาย มาเลย์จับคนไทย 1 คน ขนระเบิดแสวงเครื่อง
มาเลย์จับคนไทย 1 คน ขนระเบิดแสวงเครื่อง เตรียมวางในไทย

โจรใต้วางระเบิดทหารพรานพลีชีพ 1 นาย ด้านมาเลเซียจับคนไทย 1 คน ขณะขับรถในหมู่บ้ายเขตมาเลเซีย พบระเบิดแสวงเครื่องแบบเหยียบ ที่เคยนำมาวางในไทย เมื่อกลางเดือนสิงหาคน หญิงไทยไปกรีดยางเหยียบระเบิดขาขาด 2 ข้าง ทางมาเลเซียเร่งสืบสวนขยายผลถึงขบวนการ


     เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 66 เวลา 12.35 น. พ.ต.ต.สมภพ เกสรมาศ สารวัตรสอบสวน สภ.สากอ อ.สุไหงปาดีจ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดพิทักษ์พื้นที่ กองร้อยทหารพรานที่ 4808 ได้เหยียบกับระเบิดที่บริเวณภายในป่าสวนยางพารา ม.7 ต.สากอ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย จึงได้ประสานไปยังพ.ต.ท.ลัทธวิชย์ แคยิหวา หน.สภ.สากอ ก่อนที่จะประสานไปยัง พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบผบก.ภ.จว.นราธิวาส ให้รับทราบ โดย พล.ต.ต.อนุรุธ มีคำสั่งห้ามเด็ดขาดเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงในวันรุ่งขึ้น


     ด้าน พ.อ.ภาคิน เกื้อกูล ผอ.ฉก.ทพ.48 หลังรับแจ้งเหตุจึงได้เดินทางร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4808 นั่งรถยนต์หุ้มเกราะพร้อมกำลังพลส่วนหนึ่ง ซึ่งมีอาวุธครบมือเดินทางเข้าไปรับศพ อส.ทพ.ธนภัทร เหมมณี อายุ 24 ปี ตำแหน่งพลยิงเครื่องยิงจรวด ซึ่งได้เดินไปเหยียบกับระเบิดของคนร้าย ที่แอบฝังไว้ใต้ผิวดินภายในสวนยางพารา นำส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ก่อนที่จะดำเนินการรดน้ำศพในวันรุ่งขึ้นที่วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส


     จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทพ.ธนภัทร พร้อมพวกจำนวน 1 ปฏิบัติการณ์ ได้เดินทางออกจากฐานเพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมด ได้แยกย้ายกันเดินเคลียร์พื้นที่เพื่อตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราว ทันใดนั้น อส.ทพ.ธมภัทร ได้เดินไปเหยียบกับระเบิดที่คนร้ายได้แอบไปฝังไว้บริเวณใต้ผิวดิน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ส่งผลทำให้ขาทั้ง 2 ข้างของ อส.ทพ.ธนภัทร ขาดและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเพื่อนๆกำลังพลโชคดีที่แยกย้ายกันเดินตามจุดต่างๆ จึงทำให้รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรง


     รายงานข่าวจากแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดประสานงานร่วมไทยมาเลเซีย เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน PGA ที่ 9 อ.กัวลาตรังกานู รัฐตรังกานู ได้จับกุมชายไทย 1 คน คือนายนัสรูดิน บิน ฮัจยีอับดุลเลาะห์ อายุ 50 ปี ขณะขับรถยนต์เก๋งมาเลเซียยี่ห้อ โปรตรอนสาก้า สีดำ ทะเบียนWHG 5147 ในพื้นที่บ้านลูโบ๊ะฆง อ.ปาเชร์มัส รัฐกลันตัน ซึ่งอยู่ด้านตรงข้ามกับบ้านมูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสจากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลาง หลายรายการ อาทิ แผนวงจรผลิตเองโดยใช้แบตเตอร์รี่, สารโซเดียม,วัตถุสังหาร ซึ่งประกอบด้วย ลูกตะกั่ว, ท่อเหล็ก, มัลติมิเตอร์วัดกระแสไฟ, ปลั๊กไฟ, เครื่องมือเอนกประสงค์, ปุ่มสวิตซ์รีโมท, กล่องเหล็กพันด้วยเทปสายไฟสีดำ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางไปยัง สภ.ปาเชร์มัส เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย


     จากการตรวจสอบข้อมูลของวัตถุระเบิดที่ตรวจยึดจาก นายนัสรูดิน บิน ฮัจยีอับดุลเลาะห์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการประเทศมาเลเซีย กับ เจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเหยียบ โดยกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงเคยลอบนำมาใช้ก่อเหตุ ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อ 15 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 16.40 น. ทำให้นางประทุม นักทอง อายุ 55 ปี ที่กำลังเดินกรีดยางได้รับบาดเจ็บสาหัสจนขาทั้ง 2 ข้างขาด และในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปปิดกันเส้นทาง ที่จะเข้าที่เกิดเหตุ ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ200 ม. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี. ได้ทำลายวัตถุระเบิดแบบเหยียบที่ตรวจยึดในที่เกิดเหตุเพิ่มเติมอีก 1 ลูก


     การจับกุมนายนัสรูดิน บิน ฮัจยือับดุลเลาะห์ พร้อมระเบิดและอุปกรณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ประเทศ เชื่อว่าระเบิดแสวงเครื่องแบบเหยียบ และแนวโน้มที่จะมีการลักลอบส่งเข้ามเตรียมก่อเหตุร้ายในพื้นที่ด้าน จ.นราธิวาส แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนประเทศมาเลเซียสามารถตรวจยึดเอาไว้ได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ทางการประเทศมาเลเซีย ไม่ได้มีการเปิดเผยถึงผลการสอบสวนปากคำนายนัสรูดิน บิน ฮัจยือับดุลเลาะห์ ว่าให้การว่าอย่างไร เพียงรับทราบว่าทางการประเทศมาเลเซีย เตรียมสอบสวนขยายผลถึงเครือข่าย เนื่องจากเป็นภัยความมั่นคงของประเทศมาเลเซียเช่นกัน.


อ่านข่าวที่เกี่ยงข้อง :