ยังไม่มีวี่แววผู้ลงสมัคร กก.สหกรณ์ ตร.พัทลุงชุดใหม่ มีแต่คนปฏิเสธ

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 743
ยังไม่มีวี่แววผู้ลงสมัคร กก.สหกรณ์ ตร.พัทลุงชุดใหม่ มีแต่คนปฏิเสธ

พัทลุง-สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ส่อเค้าวุ่นยังไม่มีทีท่าของผู้ที่จะเข้ามาสมัครเป็นคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ชุดใหม่ มีแต่คนปฏิเสธ ขณะที่การยึดทรัพย์ผู้ต้องหารายสำคัญยังดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากต้องรอเอกสารจากหน่วยงานของราชการ หากยังยึดทรัพย์มาเสริมสภาพคล่องสหกรณ์ฯไม่ได้ จะส่งผลต่อความเชื่อถือ


กรณีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท และมีการจับกุมผู้ต้องหา24 ราย และตำรวจชุดสอบสวนเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญอีก 1 คน  ส่วนคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯทั้ง 13 คน ได้แจ้งขอลาออกในการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆนี้ เพื่อนำไปสู่การประชุมวิสามัญ ประจำปี 2565 ด้านสำนักงานที่ดินจังหวัดพัทลุงได้ส่งเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินของกลุ่มผู้ต้องหารายสำคัญมาให้พนักงานสอบสวนแล้ว  ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น 


ความคืบหน้าเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  สถานการณ์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด  ยังอยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงยิ่ง  เนื่องจากในขณะนี้สถาบันการเงินไม่ปล่อยเงินกู้ให้กับสหกรณ์ฯ ยกเว้นชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย จำกัด และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ จำกัด ที่ให้การสนับสนุนเงินทุนมาเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้  และเสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์ฯ  แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของการยื่นขอกู้เงินของสมาชิกสหกรณ์ฯทั้งด้านการกู้เงินสามัญ การกู้เงินฉุกเฉิน และการขอกู้เงินสวัสดิการ  ในขณะที่การเข้าถอนเงินฝากก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการขอลดการส่งหุ้นก็มีจำนวนหลายรายเช่นกัน


ส่วนกรณีที่คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯทั้ง  13  ราย  แจ้งความจำนงค์พร้อมใจจะยื่นขอลาออกจากตำแหน่งในเร็วๆนี้  เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งคณะกรรมการฯชุดใหม่นั้น  ในขณะนี้ยังไม่มีผู้แสดงความประสงค์ที่จะเข้ามาสมัครเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ และกรรมการฯแต่อย่างใด ในขณะที่นายตำรวจยศพันตำรวจเอกรายหนึ่งได้รับการติดต่อให้มาเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้รับการปฏิเสธไปแล้วเช่นกัน  จากปัญหาดังกล่าวนี้สถานการณ์การดำเนินงานของสหกรณ์ฯจึงน่าเป็นห่วงยิ่ง


สำหรับการยึดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหารายสำคัญนั้น  ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร  ถึงแม้ว่าจะถูกพนักงานสอบสวนแจ้งอายัดเงินสด  และทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหารายสำคัญๆ  แต่เอกสารหลักฐานต่างๆที่เป็นของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องยังส่งมายังพนักงานสอบสวนไม่มากนัก  จึงจะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาต้องใช้เวลาพอสมควร  และหากว่าทางพนักงานสอบสวนและ  ปปง.ยังไม่สามารถยึดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องให้แก่สหกรณ์ฯได้  ก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกสหกรณ์ฯได้  ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.