สมาชิกสกรณ์ ตร. อนาถใจเงินไหลเข้าบัญชี จนท.รัฐ-รู้ตัวแล้ว

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 699
สมาชิกสกรณ์ ตร. อนาถใจเงินไหลเข้าบัญชี จนท.รัฐ-รู้ตัวแล้ว

พัทลุง-สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด อนาถใจเงินจากสหกรณ์ฯไหลสู่ จนท.รัฐบางราย  และกลุ่มบุคคลภายนอกเหมือนน้ำประปา รอง ผบ.ตร. ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่สอบ พบแล้วเป็นใคร


กรณีเกิดการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาทมีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย ยึดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,003,753,140 บาท  ด้าน ปปง.มีการยึดทรัพย์สินผู้ต้องหาไปแล้วกว่า 149 ล้านบาท  และจะมีการพิจารณายุดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาครั้งสำคัญในปลายเดือนธันวาคม 2665  ส่วนอัยการได้นัดให้กลุ่มผู้ต้องหามารับฟังการพิจารณาการฟ้องในวันที่ 26 ธันวาคม 2565  ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนสอบสวนของคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ฯตามคำสั่งของ สตช. จำนวน 12 นาย ลงพื้นที่ขยายผลคดีดังกล่าวเพิ่มเติมหลังจากพบเส้นทางการโอนเงินจากสหกรณ์ฯไปยัง จนท.รัฐบางรายที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว รวมทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เป็นบุคคลภายนอก ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น 


ความคืบหน้าคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสอบปากคำนางณัฐภัส พรหมมาก ผู้จัดการสหกรณ์ตำรวจฯ คนปัจจุบัน เป็นประโยชน์ต่อคดีมาก  ทางผู้จัดการฯได้ยินยันว่ารูปแบบการทุจริตของกลุ่มผู้ต้องหานั้นทำกันอย่างแยบยลตรวจสอบได้ยาก เนื่องจากมีการทำลายเอกสาร หลักฐาน ของสหกรณ์ฯให้สูญหายไปมากมาย แต่อาจจะสามารถตรวจสอบจากทางธนาคาร และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้  


นอกจากนั้นผู้จัดการฯยังยืนยันว่าเงินที่ผู้ต้องหาที่เป็น จนท.รัฐนั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการโอนเงินจากสหกรณ์แต่อย่างใด  สำหรับการทุจริตการโอนเงินในวันสิ้นเดือน การประชุมสามัญประจำปีให้แก่ จนท.รัฐ และบุคคลภายนอกนั้นตรงกับข้อสงสัยของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง  ผบ.ตร.ทุกประการ  ซึ่งทางชุดสืบสวนสอบสวนจะได้เร่งขยายผลการทุจริตเงินสหกรณ์ฯอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนหลายวัน


สำหรับรูปแบบของการทุจริตในครั้งนี้จะมีการเขียนรายการในจำนวนยอดรวม จากนั้นจะนำเช็คยอดรวมไปเบิกเงินจากธนาคารและนำเงินดังกล่าวมาโอนเงิน มาจ่ายเงิน ให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์รับเงินจากสหกรณ์ฯ  แต่เป็นความโชคดีว่าผู้ต้องหาที่เป็น จนท.รัฐรายหนึ่งนั้น มีหลักฐานว่ามีการนำจ่าย  หักจ่าย จากบัญชีของสหกรณ์ฯให้กับผู้ต้องหารายนี้  จนทำให้มีหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ที่พอจะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้  และจากการตรวจสอบกพ.7  ซึ่งเป็นประวัติการรับราชการของ จนท.รัฐคนดังกล่าว  ก็ทำให้ทราบถึงพฤติการณ์ พฤติกรรมในช่วงปฏิบัติหน้าที่ราชการ  และการดำรงตำแหน่งในช่วงที่กระทำความผิด  ในขณะที่ จนท.รัฐคนดังกล่าวได้เข้ามากำกับดูแลสหกรณ์ฯอย่างไรบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และน่าจะใช้อำนาจหน้าที่ในการเรียกรับผลประโยชน์จากสหกรณ์ฯ 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชนวนสำคัญที่นำไปสู่การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ไหลออกเหมือนท่อน้ำประปาไปสู่กลุ่มผู้ต้องหา และกลุ่มผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้นั้นสืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้รับทราบเบาะแสการทุจริตเงินในรูปแบบดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบ สวนที่มีความรู้ ความสามารรถ และประสบการณ์ลงพื้นที่ จ.พัทลุงโดยทางลับ ในการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปแล้ว จนสามารถพบหลักฐานในเบื้องต้น ทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้มอบหมายให้ ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน จำนวน 12 นาย ลงพื้นที่ จ.พัทลุงในครั้งนี้ดังกล่าว  จนสามารถพบการโอนเงินจากสหกรณ์ฯไปยัง จนท.รัฐ และบุคคลภายนอกในช่วงปี พ.ศ.2560-2563  ส่วนความเสียหายนั้นยังไม่สามารถสรุปตัวเลขได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างขยายผลการสืบสวนสอบสวน  ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.