ส่งหลักฐาน”บัญชีผี”ทุจริตเงินสหกรณ์ตำรวจพัทลุง พิสูจน์หลักฐานเพื่อจับกุม

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 903
ส่งหลักฐาน”บัญชีผี”ทุจริตเงินสหกรณ์ตำรวจพัทลุง พิสูจน์หลักฐานเพื่อจับกุม

พัทลุง-ตำรวจชุดสอบสวนคดีทุจริตโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง ส่งหลักฐานการตบแต่งบัญชีผีในระบบคอมพิวเตอร์ให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา ตรวจสอบข้อมูลการปลอมแปลงด้านผู้การฯพัทลุงยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่จะไม่ปกป้องช่วยเหลือผู้กระทำความผิดโดยเด็ดขาด

 

คดีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินไม่น้อยกว่า 1,450 ล้านบาท  ซึ่งขณะพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผช.ผบ.ตร. ผู้เข้ามาคุมคดี ได้มอบหมายให้  พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. มือปราบคดีลักรังนก  นำกำลังตำรวจฝีมือดีของ สตช. มาร่วมคลี่คลายคดีร่วมกับ  ตร.ภ.9 และ ภ.จว.พัทลุง โดยในเบื้องต้นพบว่ามีกลุ่มผู้ต้องหาที่จะออกหมายจับประมาณ 80 คน  ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ต้องสงสัยวิ่งเข้าขอความเป็นธรรมต่อตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัด เพราะเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด  ด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์ยืนยันว่าการจะแจ้งข้อหาผู้ใดนั้นตำรวจจะยึดเอาพยาน เอกสาร และหลักฐานเป็นส่วนสำคัญ  ด้านสมาชิกร้องขอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบการทำหน้าที่ของ จนท.ส่งเสริมสหกรณ์ฯบางรายที่น่าจะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดการทุจริตเงินสหกรณ์ฯ ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น


ความคืบหน้าเรื่องนี้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสมาชิกสหกรณ์ฯเรียกร้องให้สอบปากคำ จนท.ส่งเสริมสหกรณ์ฯบางรายที่น่าจะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดการทุจริตเงินสหกรณ์ฯ นั้น ทางด้าน  พ.ต.อ.วรชาติ รสจันทน์ รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้เชิญบุคคลดังกล่าวมาสอบปากคำแล้วแต่ไม่สามารถเผยรายละเอียดได้  อย่างไรก็ตามล่าสุดพนักงานสอบสวนของ สตช.ได้พบข้อมูลการตกแต่งบัญชีผีที่กู้ได้จากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่จะสามารถมัดตัวกลุ่มผู้กระทำความผิดจนดิ้นไม่หลุด  ส่วนข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ก่อนหน้านี้ได้ถูกทำลายไปหมดแล้ว  ขณะนี้ได้ส่งระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวไปตรวจสอบข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์  ณ  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10  ยะลาแล้ว  ส่วนการออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาน่าจะมีขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์  เนื่องจากต้องรอหลักฐานธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง และผลการตรวจตรวจสอบข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญในการยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดพัทลุงต่อไป  


ทางด้าน  พล.ต.ต.ตานิตย์  รามดิษฐ์  ผบก.ภ.จว.พัทลุง  เผยว่า  ผู้ต้องหาที่จะถูกออกหมายจับนั้นจะมีความผิดฐาน 1.ร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง  2.ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม  3.ได้รับการมอบหมายให้จัดการกับทรัพย์สินของผู้อื่น  กระทำการโดยทุจริต  จนทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน  และ (4) ทำให้เสียหาย  ทำลาย  ซ่อนเร้น  ซึ่งพยาน  หลักฐาน  เอกสาร ในประการที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งเป็นความผิดที่หนักและรุนแรง

  

ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ  เพราะกลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้เสียหายด้วย แต่จะไม่ให้การช่วยเหลือผู้กระทำความผิดโดยเด็ดขาด  ในส่วนของการทุจริตเงินสหกรณ์นั้นกลุ่มผู้กระทำความผิดนำไปใช้ใน 2  ส่วน คือ  นำไปปันผล/เฉลี่ยคืนแก่สมาชิกในอัตราที่สูงจนสมาชิกตายใจในเล่ห์กลโกง  และนำไปแบ่งปันจัดสรรผลประโยชน์ให้กลุ่มทุจริตด้วยกัน  และหากมีการออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ฯอย่างแน่นอน  ซึ่งทาง ภ.จว.พัทลุงได้เตรียมความพร้อมในแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว  


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่พนักงานสอบสวนได้อายัดเงินสดในบัญชีธนาคารที่โอนไปจากกลุ่มผู้ทุจริตสหกรณ์ฯตำรวจบางรายนั้น  เจ้าของบัญชีก็ได้มีการแจ้งความเอาผิดกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว  1  ราย  และคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีผู้เข้ามาแจ้งความเอาผิดกับพนักงานสอบสวนตามมาตรา 157  ที่โรงพักแห่งหนึ่ง อีก  1  ราย  ในขณะที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่  9  สงขลา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้จัดส่ง จนท.มาประสานงานกับพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว เพื่อเข้ามาตรวจบัญชีสหกรณ์ตำรวจที่มีการทุจริตในครั้งนี้ด้วย  ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.