“ส.ส.นริศ” เผยสหกรณ์ ตร.พัทลุง บริหารสลับซับซ้อน จนเกิดทุจริตอื้อ

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 833
“ส.ส.นริศ” เผยสหกรณ์ ตร.พัทลุง บริหารสลับซับซ้อน จนเกิดทุจริตอื้อ

พัทลุง- “นริศ“ ส.ส.พัทลุง ติดใจการบริหารของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจฯ ที่มีข่าวคราวการทุจริต  มีการบริหารงานสลับซับซ้อน เร่งขอให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวนของตำรวจ

 

คดีทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินไม่น้อยกว่า 1,450 ล้านบาท  อยู่ในความสนใจของประชาชนที่เฝ้าติดตามทุกระยะ ล่าสุดพนักงานสอบสวนของ สตช.,บก.ภ.จว.พัทลุง และ บช.ภ.9  ได้ยื่นขอหมายจับต่อศาลจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2565 โดย ศาลฯได้อนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 24   คน แยกเป็น จนท.สหกรณ์ฯ 8 คน  และกลุ่มที่มีพยานหลักฐานที่ปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดการทุจริต 16 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ต.อ.ชำนาญ  คงชู  อดีต ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี กองบังคับการกฎหมายและคดี ภ.9  ซึ่งทราบว่าตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวก็ได้ออกมาน้อมรับของการกระบวนการยุติธรรม  พร้อมยืนยันเป็นผู้สุจริตและขอต่อสู้คดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป  ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น 


เกี่ยวกับคดีนี้นายนริศ  ชำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง  ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเคยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำการลักรังนกในพื้นที่  ต.เกาะหมาก  อ.ปากพะยูน  จ.พัทลุง  มาแฉกลางสภาฯ  จนนำไปสู่การจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้มากถึง 47  ราย  เปิดเผยว่า ตนได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวการคลี่คลายคดีการทุจริตสหกรณ์ฯทาง  นสพ. ไทยรัฐ มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับการร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมจากสมาชิกสหกรณ์ฯรายหนึ่งที่ร้องว่าน่าจะถูก จนท.สหกรณ์ฯ ปลอมแปลงลายมือชื่อจนครอบครัวได้รับความเสียหายโดยในเบื้องต้นได้ติดตาม  ตรวจสอบ  การร้องเรียนดังกล่าวแล้ว


นายนริศกล่าวอีกว่า  จากการติดตามคดีทุจริตในสหกรณ์ฯนั้น  พบว่าการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ น่าจะมีความสลับซับซ้อนในหลายประเด็น  ซึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวจะต้องจะต้องเข้ามาติดตาม  ตรวจสอบการบริหารงานของสหกรณ์ฯให้เป็นที่ประจักษ์ของสมาชิกสหกรณ์ฯและประชาชน รวมทั้งให้การบริหารงานของสหกรณ์ฯเป็นไปด้วยความโปร่งใส  และก็ต้องยอมรับว่าการทุจริตสหกรณ์ฯในครั้งนี้ได้สร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายและสร้างความเดือดร้อนแก่มวลสมาชิกเป็นจำนวนมาก  แต่การเข้าไปมีส่วนเข้าไปติดตาม  ตรวจสอบ การดำเนินงานของสหกรณ์ฯในครั้งนี้ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมจากการทำหน้าที่ของตำรวจแต่อย่างใด  และตนจะเร่งรัดให้ผู้รับผิดชอบสอบสวนและแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด  ทั้งนี้เพื่อสร้างความยุติธรรมให้เกิดกับทุกฝ่าย  และสร้างความมั่นคงให้กับสหกรณ์ฯ


ทีมข่าวไทยแหลมทองซึ่งทำงานร่วมกับผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง รายงานว่า  จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุง  พบว่าน่าจะมีการฟอกเงินเกิดขึ้นในสหกรณ์ฯ  เนื่องจากพบว่าก่อนหน้านี้ประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมา  มีกระแสเงินไหลมาในบัญชีของผู้เกี่ยวข้องในสหกรณ์ฯบางรายอย่างผิดปกติโดยเพฉาะในปี  พ.ศ.2559 – 2563  มีเงินเข้ามาของสมาชิกสหกรณ์ฯบางราย ประมาณ 100  ราย ประมาณ 500 – 600 ล้านบาท  ซึ่งปกติแล้วหากมีเงินจากภายนอกเข้าสู่ระบบสหกรณ์ฯตั้งแต่  1  ล้านบาทขึ้นไป ทาง จนท.สหกรณ์ฯจะต้องแจ้งธุรกรรมการเงินให้  ป.ป.ง. รับทราบตลอดเวลา  หรือหากเงินเข้าที่ต่ำกว่านั้นตั้งแต่ 5 แสนบาทบาทขึ้นไปหากมีข้อสงสัยที่ไปที่มาของเงินดังกล่าวก็จะต้องแจ้งให้  ป.ป.ง. ทราบเช่นกัน  


ดังนั้นการที่นายนริศฯจะนำ จนท.รัฐจากส่วนกลางเข้ามาตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของสหกรณ์ฯ ซึ่งจะเป็นการทำงานแบบตรงไปตรงมา   ก็จะนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงการฟอกเงินในสหกรณ์ฯกันต่อไป หากพบว่ามีการฟอกเงินเกิดขึ้นในสหกรณ์ฯจริง น่าจะมีกลุ่มผู้รู้เห็นในการฟอกเงินในสหกรณ์ฯอย่างแน่นอน  และน่าจะเป็นชนวนเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดการทุจริตในสหกรณ์ฯในเวลาต่อมา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อตอนบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  ทางด้าน  พ.ต.อ.วรชาติ  รสจันทน์  รอง  ผบก.ภ.จว.พัทลุง  ได้เป็นประธานในการประชุมคณะพนักงานสอบสวนของ  สตช. / บช.ภ.9  และบก.ภ.จว.พัทลุง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านต่างๆที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการจับกุมตัวผู้กระทำความผิดในคดีทุจริตสหกรณ์ฯ ทั้ง  24  ราย  ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน 2565 นี้  แต่ยังปฏิเสธที่จะเผยแพร่รายชื่อผู้ต้องหาแก่สื่อมวลชนจนกว่าจะมีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา  ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.