“หมู่บ้านปันสุข” ต้นแบบที่สิงหนคร ทำอาหารใส่ “ตู้กับข้าวปันสุข” แจกทุกวัน

หมวดหมู่ : สงขลา, ทั่วไป,

อ่าน : 3,265
“หมู่บ้านปันสุข” ต้นแบบที่สิงหนคร ทำอาหารใส่ “ตู้กับข้าวปันสุข” แจกทุกวัน

            ชาวตำบลชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา คิดทำเป็นต้นแบบ ทั้งหมู่บ้านตั้ง “ตู้กับข้าวปันสุข” แต่ละบ้านทำอาหารสดและแห้งมาใส่ทุกวัน ช่วยคนที่เดือดร้อนและตกงานจากวิกฤตโควิด-19 ได้อิ่มท้อง

            ท่ามกลางวิกฤตจากไวรัสโควิด-19 น้ำใจคนไทยคิดเรื่องดีๆ มาช่วยบรรเทาทุกข์คนไทยด้วยกันไม่ขาดสาย ล่าสุดที่ หมู่ที่ 7 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มีเรื่องน่าประทับใจเกี่ยวกับการจัดทำ “ตู้ปันสุข” อีกรูปแบบหนึ่ง โดย นายรัฏฐา เนตรสว่าง ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอสิงหนคร และ นายไพโรจน์ ยอดแก้ว ปลัดอำเภอสิงหนคร ได้ไปร่วมเปิดโครงการ “ตู้ปันสุข” ของ หมู่ที่ 7 ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2563 ซึ่งชาวบ้านทำกันเองช่วยกันเอง เป็นต้นแบบ “ตู้กับข้าวหมู่บ้าน” มี นายปรีชา ขุนเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 ตำบลชิงโค นายนิพนธ์ บุญรัตนัง และ นายกฤช พิทักษ์คุมพล ผู้ช่วย ส.ส.สงขลา เขต 5 ไปร่วมงานเปิดโครงการฯ ด้วย

            ภายหลังเปิดโครงการฯ แล้ว นายรัฏฐา เนตรสว่าง ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอสิงหนคร กล่าวว่า ปลื้มใจกับโครงการ “ตู้กับข้าว” ของชาวอำเภอสิงหนคร หมู่ที่ 7 ตำบลชิงโค เป็นตำบลและเป็นหมู่บ้านแรกของอำเภอสิงหนคร ที่ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ร่วมแรงร่วมใจกันทำกับข้าว ทำแกงและนำสิ่งของที่ปลูกกันเองมาแบ่งปันกันในหมู่บ้านเหมือนคนในครอบครัว 

            ด้าน นายนิพนธ์ บุญรัตนัง ตัวแทนชาวบ้านหมู่ที่ 7 เปิดเผยว่า “ตู้ปันสุข” ที่หมู่บ้านจัดทำขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ตกงานจากพิษโควิด-19 ทำเป็น “ตู้กับข้าวหมู่บ้าน” การจัดหา เติมอาหารปรุงสุก และอาหารแห้งไม่ให้ขาด เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนและตกงาน โดยตู้กับข้าวจะเปิดให้ประชาชนมารับอาหารได้ทุกมื้อ เป็นแนวความคิดของ นายปรีชา ขุนเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 และตน พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งชาวบ้าน นำสิ่งของในบ้านตนเองมาช่วยกันปรุงอาหารกินกัน และนำสิ่งของมาช่วยกันใส่ในตู้ เพื่อช่วยแบ่งเบาคนในครอบครัวตามกำลังที่จะช่วยได้ โดยนำตู้กับข้าวของตนเองมาใส่สิ่งของกัน

            ส่วนมาตรการป้องกันฯ ทำเหมือนกับจังหวัดเขาจัดทุกอย่าง มีที่ล้างมือ ที่วัดไข้ ใส่หน้ากากอนามัยเหมือนกัน ถึงอยู่ในชนบทแต่คนหมู่ 7 ไม่ทิ้งกัน รักษาและเว้นระยะห่างเหมือนกัน และรักษาสุขภาพเหมือนกัน เพราะต้องร่วมมือและช่วยกันทำจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น” นายนิพนธ์ กล่าว.