หวั่นไม่มีคนประมูลรังนกฯพัทลุง-ให้เตรียมแผนป้องกันขโมย

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 1,114
หวั่นไม่มีคนประมูลรังนกฯพัทลุง-ให้เตรียมแผนป้องกันขโมย

พัทลุง-อดีตประธานสภา อบจ.พัทลุง ยันราคากลาง 450  ล้านบาท เป็นราคากลางที่เหมาะสม ตั้ง 500 ล่านบาทแพงไปอาจไม่มีใครประมูล และวอนให้ทุกฝ่ายเตรียมแก้ปัญหาการขโมยรังนกในช่วงว่างการสัมปทาน

        กรณีสัญญาการประมูลการจัดเก็บรังนกอีแอ่นจังหวัดพัทลุงจะสิ้นสุดลงในวันที่  14  มิถุนายน  2564  และมีการออกมาประกาศของคณะกรรมการรังนกฯให้สัมปทาน 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 – 14 มิถุนายน 2569 ในราคากลาง 500 ล้านบาท  แต่หลังจากที่ประกาศขายซองเอกสารกาประมูลรังนกฯก็ยังไม่มีผู้ใดมาซื้อเอกสารฯ แม้แต่รายเดียว  ทางด้านคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกฯจึงมีมติให้คณะกรรมการกำหนดราคากลางได้ประชุมเพื่อกำหนดราคากลางอีกครั้ง โดยในที่ประชุมมีความเห็นในการกำหนดราคากลางที่  450  ล้านบาทเท่าราคาเก่า และ  500  ล้านบาท  ซึ่งที่ประชุมฯมีมติกำหนดราคากลางที่  500  ล้านบาทเหมือนครั้งที่  1   

        ต่อมาในที่ประชุมคณะกรรมการรังนกฯ ได้มีมติเห็นชอบราคากลาง 500 ล้านบาท และยังมีมติลดราคาซองเอกสารการประมูลรังนกฯ ให้เหลือซองละ 10,000 บาท และลดหลักประกันสัญญาของผู้ชนะการประมูลรังนกฯเหลือร้อยละ 30  และเปิดขายซองเอกสารฯจนถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2564  ยื่นซองประมูลรังนกฯในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 10.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดพัทลุง  และจะเปิดซองการประมูลในวันเดียวกัน เวลา12.00 น. ล่าสุดในขณะนี้ยังไม่ผู้ใดเข้ามาซื้อซองเอกสารแม้แต่รายเดียว  ส่วนการติดต่อสอบถามก็ยังไม่มีเช่นกัน

        เกี่ยวกับเรื่องนี้นายประเสริฐ ดำสุด อดีตประธานสภา อบจ.พัทลุง ซึ่งเป็นคณะกรรมการในการยกร่างคณะกรรมการกำหนดราคากลาง  เปิดเผยว่า  ตนได้ติดตามความเคลื่อนไหวของการสัมปทานรังนกฯมาอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าสภาพเศรษฐกิจของโลกในขณะนี้จะส่งผลกระทบต่อการยื่นซองประมูลรังนกฯอย่างแน่นอน  และยังเชื่อว่าการเปิดประมูลรังนกฯในครั้งที่ 2  น่าจะไม่มีผู้ใดเข้ามายื่นซองเช่นกัน  จนนำไปสู่การประชุมกำหนดราคาประมูลฯในครั้งที่  3  หากไม่มีผู้ใดยื่นซองประมูลฯก็จะนำไปสู่การประมูลฯโดยกรณีพิเศษในที่สุด และอาจจะนำไปสู่การแก้ไขเงื่อนไขของท้ายสัญญาอีกด้วย

         “ผมเห็นว่าราคากลางประมูลฯ  450  ล้านบาทเป็นราคากลางที่เหมาะสมที่สุด  เนื่องจากในขณะนี้การส่งออกรังนกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีนมีปัญหาส่งไม่ได้ ในขณะเดียวกันผมขอเรียกร้องให้นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง  และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้เตรียมวางมาตรการในการป้องกันปราบปรามการขโมยรังนกฯในพื้นที่ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน โดยใช้กำลังแบบบูรณาการร่วมกันระหว่าง จนท.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ฯลฯ  เนื่องจากในช่วงว่างของการยื่นซองสัมปทานรังนกฯในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานั้น มีการเข้าไปขโมยรังนกกันมากมาย พร้อมทั้งฝากพี่น้องชาวพัทลุงช่วยติดตามการสัมปทานรังนกฯด้วย  เนื่องจากเป็นผลประโยชน์ของชาวพัทลุงทุกๆคน”นายประเสริฐกล่าว.