เชฟรอนและจุฬาฯ เตรียมความพร้อมส่ง “รถดมไว” ร่วมคัดกรองในพื้นที่ชุมชน

หมวดหมู่ : ทั่วไป, กรุงเทพฯ,

อ่าน : 2,533
เชฟรอนและจุฬาฯ เตรียมความพร้อมส่ง “รถดมไว” ร่วมคัดกรองในพื้นที่ชุมชน

        การรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากการฉีดวัคซีนเพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว การตรวจคัดกรองเชิงรุกในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างทันท่วงที ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โครงการวิจัย “การใช้สุนัขดมกลิ่นคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ” จึงได้ออกแบบ ห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ “รถดมไว” เพื่อนำสุนัขดมกลิ่นไปสนับสนุนภารกิจคัดกรองโรคในพื้นที่ชุมชนของกรมควบคุมโรค หลังการวิจัยพบว่าสุนัขดมกลิ่นมีความแม่นยำในการจำแนกผู้ป่วยโควิด-19 ได้มากกว่า 96%

        โครงการวิจัยดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท พี คิว เอ แอสโซซิเอท จำกัด เพื่อพัฒนาทักษะสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ จำนวน 6 ตัว ให้สามารถจำแนกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และเป็นต้นแบบการฝึกสุนัขดมกลิ่นเพื่องานทางการแพทย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มดำเนินการวิจัยมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 และต่อยอดสู่การพัฒนา ห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ “รถดมไว” นำโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการคัดกรองเชิงรุกในชุมชนของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างทดสอบการทำงานของสุนัขดมกลิ่นบนรถดมไว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างทดสอบการทำงานของสุนัขดมกลิ่นบนรถดมไวเพิ่มเติม ก่อนนำไปปฏิบัติงานจริง

        ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า“ข้อดีของการใช้สุนัขดมกลิ่นมี 3 ประการ คือ บอกผลฉับไว ไม่เจ็บ และคัดกรองคนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังผลการวิจัยสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ในเดือนมีนาคม 2564 เราจึงนำสุนัขดมกลิ่นมาปฏิบัติงานจริง โดยเริ่มจากคัดกรองพนักงานของทางเชฟรอนที่จะเดินทางไปปฏิบัติงานนอกชายฝั่งและช่วยสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ในการตรวจหาผู้ติดเชื้อ ต่อมาเมื่อมีการระบาดของโรคในกรุงเทพฯ จึงนำสุนัขดมกลิ่นขึ้นมาตั้งจุดตรวจที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อให้บริการคัดกรองแก่บุคลากรจุฬาฯ และผู้ป่วยติดเตียง โดยความร่วมมือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีอาสาสมัครลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเหงื่อมาส่งตรวจแล้วกว่า 1,500 ราย ทั้งนี้เป้าหมายต่อไปของโครงการฯ คือขยายการคัดกรองเชิงรุกในคลัสเตอร์ชุมชน จึงร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ออกแบบห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ ‘รถดมไว’ รวมถึงเตรียมความพร้อมและฝึกฝนสุนัขอย่างต่อเนื่อง”

        ทั้งนี้ การออกแบบของ ‘รถดมไว’ ได้คำนึงถึงการทำงานของทั้งสุนัขดมกลิ่นและเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ที่เข้ารับบริการ ให้มีความปลอดภัย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายในรถจึงมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบครัน รวมถึงติดตั้งระบบความดันลบในห้องเตรียมตัวอย่าง ระบบฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV ในช่องรับส่งตัวอย่าง ห้องเตรียมตัวอย่าง และห้องปฏิบัติงาน ตลอดจนติดตั้งตู้ยาปฐมพยาบาล ถังดับเพลิง ไฟขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และไฟแจ้งเตือนขณะปฏิบัติงานบนรถ อีกทั้งยังมีห้องพักสุนัขสำหรับพักผ่อนอีกด้วย

        นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “วิกฤตโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ซึ่งในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้สนับสนุนงบประมาณเกือบ 20 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งความช่วยเหลือเฉพาะหน้า เช่น การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องมือต่างๆ รวมถึงการสร้าง know-how เพื่อเสริมศักยภาพการรับมือกับการระบาดของโรคให้กับหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนสนับสนุนโครงการวิจัยนี้ ซึ่งเชฟรอนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การวิจัยประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถขยายผลสู่การพัฒนา “รถดมไว” ทั้งยังสร้างองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดสู่การฝึกสุนัขเพื่อคัดกรองโรคอื่นๆ ได้ในอนาคต และมีความมุ่งหวังที่จะเห็นการขยายองค์ความรู้สู่ประเทศต่างๆ ที่มีความสนใจในการฝึกสุนัขดมกลิ่นคัดกรองโรค เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับโรคระบาดได้อย่างยั่งยืน”.

นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด 


ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัยฯ