เตรียมยึดอีก 200 ล้าน -“บิ๊กโจ๊ก”เผยพบทรัพย์สินเพิ่มคดีโกงสหกรณ์ ตร.

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 826
เตรียมยึดอีก 200 ล้าน -“บิ๊กโจ๊ก”เผยพบทรัพย์สินเพิ่มคดีโกงสหกรณ์ ตร.

พัทลุง-“บิ๊กโจ๊ก“ จับมือ ปปง.ไล่ล่าทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินสหกรณ์ฯ พบที่ต้องยึดเพิ่มอีกประมาณ  200  ล้านบาท


การทุจริตในสหกรณ์ตำรวจพัทลุงทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท และมีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย ยึดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,003,753,140 บาท โดยพนักงานสอบสวนนำสำนวนคดีมากกว่า 50,000 แผ่น  พร้อมกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 26 ราย ส่งพนักงานอัยการเมื่อช่วงสายวันที่ 19 กันยายน 2565 ส่วน ปปง. เร่งดำเนินการฟ้องแพ่งกับกลุ่มผู้ต้องหาตาม  พ.ร.บ.ฟอกเงิน  นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกกลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ  เพื่อนำไปสู่คดีฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง  คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ต้องหาที่จะถูกดำเนินคดีฟอกเงินมากกว่า  10  ราย  ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น 


ความคืบหน้าคดีนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล  ผช.ผบ.ตร. ได้กล่าวในโอกาสเดินทางมาแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ต้อง 4 ราย ในคดีร่วมกันฆ่านายณรงค์ นิลโชติ อายุ 62 ปี  และนางวรรณดี  จงเสมอ อายุ 51 ปี ภรรยา  ได้รับบาดเจ็บสาหัส  เพื่อตัดตอนพยานปากสำคัญ ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เมื่อค่ำวันที่ 26 กันยายน 2565  ที่ผ่านมาว่า การคลี่คลายคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ยังไม่จบสิ้น ขณะนี้ทาง ปปง.กำลังเร่งขยายผลการยึดทรัพย์ของกลุ่มผู้ต้องหามาอย่างต่อเนื่อง โดยทาง ปปง.ได้รับทราบทรัพย์สินที่ได้มาจากการทุจริตของคดีดังกล่าวเพิ่มเติมแล้ว  ซึ่งทาง ปปง.จะลงพื้นที่เพื่อยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาในเร็วๆนี้  จากนั้นจะเริ่มดำเนินการในการทำสำนวนคดีอาญาฟอกเงินของทรัพย์สินตามขั้นตอนต่อไป  


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า  ขณะนี้  ปปง.มีฐานข้อมูลการทุจริตอย่างละเอียดของคดีดังกล่าวแล้ว  โดยที่ผ่านมามีการยึดทรัพย์สินจากกลุ่มผู้ต้องหาได้แล้วมากกว่า  1,000  ล้านบาท  ยังเหลือทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาที่จะต้องมีการยึดเพิ่มเติมอีกประมาณ  200  ล้านบาท  ซึ่งจะมีการยึดทรัพย์ที่เหลือดังกล่าวในเร็วๆนี้  ในส่วนของคดีดังกล่าวนี้ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณร้อยละ 95 ยังคงเหลืออีกประมาณร้อยละ 5 ส่วนการยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาในงวดสุดท้ายนั้นตนจะลงพื้นที่ยึดทรัพย์ด้วยตนเอง  


“หลังจากที่มีการยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาครบ 100 เปอร์เซ็นแล้ว  ก็จะเริ่มเข้าสู่การดำเนินงานการรวบรวมสำนวนการสอบสวนคดีอาญาฟอกเงินเพื่อปิดคดีการทุจริตดังกล่าวต่อไป ส่วนสำนวนการสอบสวนคดีฟอกเงินนั้น  ผมและกลุ่มพนักงานสอบสวนตามคำสั่งของ สตช. จะร่วมกันจัดทำสำนวนอย่างละเอียดและรัดกุม  โดยผมจะเป็นผู้เข้ามาควบคุมดูแลสำนวนดังกล่าวด้วยตนเอง  ทั้งนี้เพื่อให้นำทรัพย์สินที่มีการทุจริตนำกลับคืนสู่สหกรณ์ฯให้มากที่สุด” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว   ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.