เรียกสอบเพิ่มเติม จนท.รัฐ คดีทุจริตสหกรณ์ ตร.พัทลุง

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 849
เรียกสอบเพิ่มเติม จนท.รัฐ คดีทุจริตสหกรณ์ ตร.พัทลุง

พัทลุง-พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำ  จนท.รัฐบางหน่วยงาน  เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมเพิ่มเติม  ในคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท ส่วนสถานการณ์การเงินของสหกรณ์ฯยังน่าเป็นห่วง


คดีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท และมีจับกุมผู้ต้องหา 24 รายแล้ว ทางด้าน  ตร.ชุดสอบสวนเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหารายสำคัญอีก 1 คน  ส่วน รอง ผบช.ภ.9 เร่งแก้ปัญหาของสหกรณ์ฯ  ขณะที่คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯทั้ง 13 คน ได้แจ้งของลาออกในการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯซึ่งจะมีขึ้นในเร็วๆนี้  เพื่อนำไปสู่การประชุมวิสามัญ ประจำปี 2565 และการคัดเลือกคณะกรรมการดำเนินการฯชุดใหม่ในต้นเดือน สิงหาคม 2565  ด้านสมาชิกสหกรณ์ฯได้รับเงินกู้สวัสดิการจากการเสริมสภาพคล่องของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศ ไทย และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ  ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น 


ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีนี้ว่า  เมื่อตอนสายวันที่ 21 ก.ค.ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ทางพนักงานสอบสวนตามคำสั่งของ  สตช. ได้เชิญกลุ่มผู้ต้องหาบางรายมาสอบบางคำเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันได้เชิญ  จนท.รัฐของหน่วยงานรัฐบางหน่วยงานมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกเช่นกัน  หากพบว่ามี  จนท.รัฐคนใดคนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการทุจริตเงินสหกรณ์ฯในครั้งนี้  ทางพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมเอกสาร  หลักฐาน  เพื่อยื่นต่อศาลจังหวัดพัทลุงในการขออนุมัติหมายจับกุม  จนท.รัฐดังกล่าวต่อไป  


ขณะเดียวกันในตอนสายวันเดียวกัน ทางพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวก็ได้เรียกกลุ่มผู้ต้องหามารายงานตัวอีกด้วย  โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกเรียกมารายงานตัวในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น  จนท.สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง  จำกัด  ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสหกรณ์ฯในขณะนี้  โดยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวตน  ครอบครัว  ลูกๆได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก  เนื่องจากถูกพนักงานสอบสวนสั่งอายัดบัญชีการเงินทุกราย  ทำให้ส่งผลกระทบต่อลูกๆที่กำลังศึกษาต่อทั้งในและต่างจังหวัด  จึงขอเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนยกเลิกอายัดบัญชีการเงินของลูกๆด้วย  เพราะส่วนใหญ่เป็นเงินที่นำมาใช้ในการศึกษาต่อที่มีแค่หลักพันบาทเท่านั้น  เมื่อถูกอายัดเงินจึงต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาแก้ปัญหาการศึกษาต่อของลูกๆ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้สถานการณ์การเงินของสหกรณ์ฯอยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงยิ่ง  โดยเมื่อวันที่  31  ธันวาคม  2564 สหกรณ์ฯมีลูกหนี้สามัญประมาณ  3,300  ล้านบาท  แต่มีลูกหนี้สามัญจริงๆประมาณ  1,800  ล้านบาท  โดยมีลูกหนี้ที่มาจากการตกแต่งบัญชีประมาณ  1,500  ล้านบาท และมีทุนเรือนหุ้นจากการตกแต่งบัญชีประมาณ  88  ล้านบาท  หลังจากที่นำเงินสำรองมาชดเชยแล้วสหกรณ์ฯยังขาดทุนประมาณ  1,200  ล้านบาท


ส่วนของปี  2565  ตั้งแต่เดือน  มกราคม  - มิถุนายน  2565  นั้น  สหกรณ์ฯมีกำไรประมาณ 5-6  ล้านบาท/เดือน  มีการจ่ายเงินกู้สามัญแก่สมาชิกประมาณเดือนละ  60  ล้านบาท  จ่ายเงินกู้สวัสดิการประมาณเดือนละ   20 ล้านบาท  จ่ายเงินกู้ฉุกเฉินประมาณ  1.8  ล้านบาท  สมาชิกซื้อหุ้นประมาณ  4  ล้านบาท  แต่ในขณะนี้สมาชิกที่เข้ามาซื้อหุ้นได้ลดลงเรื่อยๆ  ส่วนสมาชิกที่ลดหุ้น  ของดการส่งค่าหุ้น ก็มีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน  


สำหรับการถอนเงินฝากนั้นมีการถอนเงินฝากประมาณเดือนละ  20  ล้านบาท  ในส่วนของเจ้าหนี้นั้นขณะนี้สหกรณ์ฯมีเจ้าหนี้ทั้งสถาบันการเงินและสหกรณ์ต่างๆ  จำนวน  9  รายการ เป็นเงินประมาณ  2,240  ล้านบาท  และยังมีเงินเหลือที่จะสามารถก่อภาระผูกพันได้อีกประมาณ 260  ล้านบาท   และในขณะนี้สหกรณ์ฯได้มีการชำระหนี้ให้แก่สถาบันการเงินต่างๆที่เป็นเงินต้นประมาณเดือนละ  14.5  ล้านบาท  และตั้งแต่เดือน  กรกฎาคม  2565  เป็นต้นไปจะมีดอกเบี้ยประมาณเดือนละ  4  ล้านบาทเศษ


ทั้งนี้หากการยึดทรัพย์จากกลุ่มผู้ต้องหาของ  ปปง.และการดำเนินคดีฟอกเงินกับกลุ่มผู้ต้องหายังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน  รวมทั้งไม่ได้รับการช่วยเหลือจากสหกรณ์ต่างๆอย่างต่อเนื่อง  ก็จะส่งให้สถานะการเงินของสหกรณ์ฯอยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วงยิ่ง  ซึ่งนับเป็นภาระอันหนักยิ่งของคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯชุดใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งทั้ง  15  คน  หลังจากที่คณะกรรมการฯชุดเก่า 13  ราย ได้ประกาศลาออกในปลายเดือน  กรกฎาคม  2565  นี้  ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.