เร่งสรุปสำนวนคดีโกงสหกรณ์ ตร.พัทลุง ส่งอัยการ คดีทุจริต ภาค 9

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 758
เร่งสรุปสำนวนคดีโกงสหกรณ์ ตร.พัทลุง ส่งอัยการ คดีทุจริต ภาค 9

พัทลุง-ตำรวจส่วนกลางเตรียมลงพื้นที่  จ.พัทลุง  เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนคดีมหากาพย์ทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด การสอบปากคำผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติม รวมถึงการรวบรวมเอกสาร  ก่อนส่งฟ้องอัยการทุจริต ภาค 9 


คดีมหากาพย์การทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด สร้างความเสียหายวงเงินประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งมีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย ยึดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,003,753,140.-บาท  และนำสำนวนคดีพร้อมกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 26 รายส่งพนักงานอัยการมากกว่า 50,000 แผ่น เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันทาง ปปช.ได้ส่งสำนวนการสอบสวนของ จนท.รัฐมาให้พนักงานสอบสวนดำเนินการส่งอัยการทุจริต ภาค 9  เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องและเกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 26 คน ตามข่าวที่เสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น 


ความคืบหน้าคดีนี้ พล.ต.ต.ไพโรจน์  กุจิระพันธ์  อดีต  ผบก.อธ. หรือผู้การรังนก  ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการสืบสวนสอบสวนการคลี่คลายคดีการทุจริตสหกรณ์ฯตำรวจพัทลุง จำกัด  ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นคณะทำงานการสืบสวนสอบสวนของ  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า  การตรวจสอบการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้จัดการสหกรณ์ตำรวจฯของสหกรณ์จังหวัดพัทลุง ไม่ได้ส่งผลต่อการสืบสวนสอบสวนในคดีการทุจริตสหกรณ์ฯแต่อย่างใด  เนื่องจากผู้จัดการสหกรณ์ฯคนใหม่มิได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในคดีดังกล่าวและอยู่ในคนละส่วนกัน  ผู้จัดการคนใหม่นั้นมิได้เข้ามาควบคุมดูแลด้านการเงินหลังจากมีการทุจริตไปแล้ว  การจะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องของการตรวจสอบขั้นตอนเข้ามารับตำแหน่งว่าถูกต้องตามระเบียบและวิธีการหรือไม่


พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนของการนำผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตข้าราชการบำนาญคนดังกล่าวส่งอัยการทุจริต ภาค 9 นั้น  ประมาณช่วงปลายเดือนตุลาคม 2565 คณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนจากส่วนกลาง ตามคำสั่งของ สตช. จะลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อร่วมกันสรุปสำนวนการสอบสวนในคดีดังกล่าวให้สมบูรณ์และรัดกุมยิ่งขึ้น นอกจากนั้นจะมีการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมในประเด็นที่สำคัญๆ แต่ไม่สามารถเผยรายละเอียดได้เนื่องจากเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบ  รวมทั้งจะมีการรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งด้วย  


“จากการตรวจสอบข้าราชการบำนาญคนดังกล่าวได้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ของตนเองในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด มาต่อเนื่องติดต่อกันประมาณ10 ปีนั้น  ผมคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ผู้ต้องหาคนดังกล่าว จะไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในสหกรณ์ฯครั้งนี้  ขนาดผมดูรายละเอียดของการทุจริตในเรื่องนี้เพียงประมาณ 30 นาที  ก็รู้ดีว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตในคดีนี้จะต้องมีกลุ่มบุคคลใด  ฝ่ายไหน  ที่เข้ามาส่วนรู้เห็นและร่วมกันกระทำความผิดบ้าง  ส่วนการนำสำนวนของผู้ต้องหาคนดังกล่าวส่งอัยการทุจริต ภาค 9  สงขลานั้น  ก็ไม่ได้มีการรีบร้อนแต่อย่างใด เนื่องจากรายละเอียดของสำนวนเกือบมีความสมบูรณ์แล้ว” พล.ต.ต.ไพโรจน์กล่าว   ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.