แฉตำรวจใหญ่ชักใยทุจริตโกงเงินสหกรณ์ ตร. พัทลุง

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 1,354
แฉตำรวจใหญ่ชักใยทุจริตโกงเงินสหกรณ์ ตร. พัทลุง

พัทลุง-แฉนายตำรวจระดับใหญ่น่าจะชักใยอยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินสหกรณ์ตำรวจฯ  ส่วนการประชุมประจำเดือนสหกรณ์ตำรวจฯล่ม เพราะคณะกรรมการฯเข้าร่วมประชุมไม่ครบ  


      กรณีการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด วงเงินไม่น้อยกว่า 1,450  ล้านบาท  ซึ่ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  ผช.ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ไพโรจน์  กุจิระพันธ์  ผบก.อธ.  หรือ “ ผู้การรังนกฯ” นำทีมงานสอบสวนในคดีลักรังนกมาคลี่คลายคดีดังกล่าว  ร่วมกับชุดสอบสวน ภ.9  และ ชุดสืบสวน ภ.จว.พัทลุง จนสามารถคลี่คลายคดีดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจยิ่ง เจ้าหน้าที่  DSI ก็ลงพื้นที่ร่วมคลี่คลายคดีแล้วเช่นกัน ในขณะที่นายสวัสดิ์  อ่อนประชู  สหกรณ์จังหวัดพัทลุง ได้ร่วมกับ จนท.สหกรณ์ตำรวจฯ ลงพื้นที่สืบทรัพย์ของกลุ่มผู้ทุจริต เครือญาติ อย่างต่อเนื่อง  ขณะเดียวกันทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯ ได้เร่งตรวจพิสูจน์ข้อมูลความเสียหายของการทุจริตในสหกรณ์ฯเป็นครั้งที่ 2 เพื่อตรวจความเสียหายให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง  ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น


      ทีมข่าวไทยแหลมทองที่ทำงานร่วมกับทีมข่าวเฉพาะกิจหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง รายงานความคืบหน้าเรื่องนี้ว่าเมื่อตอนสายวันที่ 18 มีนาคม  2565 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมประจำเดือนของสหกรณ์ตำรวจฯ ที่ห้องประชุมสหกรณ์ฯ ในการประชุมครั้งนี้ได้มี จนท.ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ของตำรวจภาค 9  จนท.ตรวจสอบบัญชีสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุง และ จนท.ตรวจสอบบัญชีของ ภ.จว.พัทลุง  เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขกฎระเบียบ  ข้อบังคับของสหกรณ์ฯ การพิจารณาแก้ไขลดค่าการส่งหุ้นรายเดือนของสมาชิกฯ  รวมทั้งการพิจารณาเงินกู้ของสมาชิกฯ  แต่การประชุมในครั้งนี้กลับล่มไม่เป็นท่า  เนื่องจากคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ฯเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม  จนสร้างความงุนงงสงสัยให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมประชุมและสมาชิกสหกรณ์ฯที่ทราบข่าวดังกล่าว


      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากข้อมูลของสหกรณ์จังหวัดพัทลุงในเบื้องต้นนั้น  พบว่าการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด  มีความลึกลับซับซ้อนในวงการสีกากี  จากการเกาะติดการทุจริตในสหกรณ์ฯพบว่าอดีตผู้จัดการน่าจะเป็นเป็นแค่ตัวละครคนหนึ่ง  ที่อาจจะทำหน้าที่เป็นวาวเปิดท่อดึงเงินออกมาจากสหกรณ์ฯ  ซึ่งน่าจะมีคนสีกากียศใหญ่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสั่งการ และวางระบบจัดสรรประโยชน์ในการทุจริต จนเกิดระบบดูดเงินจากสหกรณ์ไปอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งคดีทุจริตสหกรณ์ตำรวจฯนั้น หากปล่อยให้ตำรวจท้องที่ดำเนินการก็คงแค่คดีฉ้อโกงธรรมดาที่ไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่สีกากีได้  ทั้งนี้เงินที่ทุจริตจากสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจฯ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่เป้าหมาย  อาจมีการนำเงินไปวิ่งเต้นตำแหน่งในวงการสีกากีทั้งของตนเองและลูกน้องก็เป็นได้ ซึ่งสมาชิกมีการตั้งข้อสังเกตุประเด็นนี้ด้วย


      ทางด้านคณะกรรมการสหกรณ์ฯยศนายดาบตำรวจรายหนึ่ง เปิดเผยว่า  ตนไม่มีความรู้  ความเข้าใจ ในระบบการเงินและการบัญชีเลยเพราะไม่มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องดังกล่าว  แต่เมื่อโรงพักของตนไม่มีผู้สมัครเข้ามาเป็นคณะกรรม การสหกรณ์ฯซึ่งเป็นตัวแทนของโรงพัก  และได้รับการร้องขอจากเพื่อนตำรวจด้วยกัน จึงต้องเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสหกรณ์ฯ  โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าการทุจริตจะเกิดขึ้น จนทำให้ตนต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว จากสาเหตุสำคัญที่มาจากการความเชื่อใจในการปฏิบัติหน้าที่ของอดีตผู้จัดการและกลุ่มผู้ทุจริตในคดีดังกล่าว  ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.