แฉมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังสั่งการ ทุจริตโกงเงิน สหกรณ์ฯ ตร.พัทลุง

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 939
แฉมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังสั่งการ ทุจริตโกงเงิน สหกรณ์ฯ ตร.พัทลุง

พัทลุง-ข้อมูลสหกรณ์จังหวัดพัทลุง ระบุน่าจะมีกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่และบุคลากรในองค์กรตำรวจบางคนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จ.พัทลุง ด้าน“ผู้การรังนก“ เห็นด้วยที่จะขอตำรวจชุดสอบสวน บช.ภ.9  มาร่วมพิจารณาสำนวน  เอกสาร  หลักฐาน การออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา 


ยิ่งสอบสวนยิ่งสาวลึกถึงกลุ่ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตโกงเงินครั้งมโหฬาร ในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุงจำกัด วงเงินกว่า 1,450 ล้านบาท ในขณะที่ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้ประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อสรุปความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีดังกล่าวพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากจึงขอความร่วมมือจากตำรวจภาค 9  จัดส่งตำรวจมาร่วมพิจารณาสำนวน  เอกสาร  หลักฐาน เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา และมาร่วมสืบทรัพย์กับตำรวจจ.พัทลุงด้วย  ด้านหัวหน้าชุดสอบสวนของ สตช.ระบุน่าจะมีผู้สอบบัญชีอนุญาต(เอกชน) บางราย เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมกันทุจริตเงินสหกรณ์ในครั้งนี้ด้วย ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น


ความคืบหน้าคดีนี้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ผบก.อธ. หน.ชุดสอบสวนของ สตช. หรือ”ผู้การรังนก” เปิดเผยว่า  ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะมีตำรวจชุดสอบสวนของภาค 9  สงขลา  เข้ามาร่วมพิจารณาในการออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การออกหมายจับเป็นไปด้วยความโปร่งใส และยุติธรรมกับทุกฝ่าย  การที่ชุดสอบสวนทั้ง 3  ฝ่าย  ซึ่งประกอบด้วยตำรวจพัทลุง  ตำรวจภาค 9  และ ตำรวจ  สตช. มาปฏิบัติหน้าที่ในคดีสำคัญร่วมกันนั้นจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับทุกฝ่าย  และสามารถตอบคำถามสมาชิกสหกรณ์ฯได้ว่าการออกหมายจับนั้นเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดฯยังได้ระบุว่า การทุจริตในสหกรณ์ตำรวจฯนั้นมีการทุจริตบางส่วนมาตั้งแต่ปี 2548  และจำนวนเงินการทุจริตทยอยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจากการตกแต่งบัญชีนั้น น่าจะมีกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่และบุคลากรในองค์กรตำรวจบางคนเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง ขณะเดียวกันคณะกรรมการดำเนินการมีหลายรายที่มีพฤติกรรมต่อต้าน และไม่ให้ความร่วมมือการแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลาที่น่าจะมาจากการสั่งการของผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง ทำให้ถูกมองว่าฝ่ายจัดการสหกรณ์นั้นน่าจะไม่มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาและการเดินกิจการสหกรณ์อย่างที่ควรจะเป็น 


ทางด้านสมาชิกสหกรณ์ฯรายหนึ่ง  เปิดเผยว่า  ตนได้เข้ามาติดตามการสอบสวนของ  ตร.ในคดีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็แปลกใจที่ทางตำรวจภาค 9  ส่งนายตำรวจระดับ  ผกก.(กลุ่มงานสอบสวน) มาช่วยคลี่คลายคดีดังกล่าวเพียงคนเดียว ที่ผ่านมาคดีสะเทือนขวัญตำรวจภาค 9  ลงพื้นที่มาติดตามคนร้ายกันมากมาย แต่ในคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ตำรวจฯที่มีจำนวนผู้เสียหายมากกว่า  1,500  คน  ภาค  9 ส่งตำรวจมาเพียง  1 คนเท่านั้น พวกตนจึงขอเรียกร้องให้ ผบช.ภ. 9 ได้เห็นความสำคัญของคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ฯในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากการทุจริตดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสวัสดิการ  สวัสดิภาพ  และคุณภาพชีวิตของครอบครัวตำรวจเป็นอย่างมาก ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.