แอร์เอเชีย พร้อมเสิร์ฟบนเที่ยวบิน “ข้าวหน้าปลาแกะ” ยอดฮิต กับ “น้ำมะปี๊ดจี๊ดใจ”

หมวดหมู่ : ไลฟ์สไตล์-บันเทิง, ทั่วไป, ท่องเที่ยว, กรุงเทพฯ,

อ่าน : 1,046
แอร์เอเชีย พร้อมเสิร์ฟบนเที่ยวบิน “ข้าวหน้าปลาแกะ” ยอดฮิต กับ “น้ำมะปี๊ดจี๊ดใจ”

               กรุงเทพฯ - แอร์เอเชีย พร้อมเสิร์ฟ! ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ฤดูร้อนอีกครั้งด้วยเมนูความอร่อยใหม่ที่ไม่ธรรมดา อย่าง “ข้าวหน้าปลาแกะ” จากเมนูสุดฮิตภาคพื้นดินสู่มื้ออร่อยฟินๆ บนท้องฟ้า เท่านั้นยังไม่พอ เพิ่มความสดชื่นไปอีกขั้นด้วย เมนูเครื่องดื่มใหม่วัตถุดิบจากเมืองจันท์ที่คั้นสดๆ ส่งตรงถึงมือคุณ “น้ำมะปี๊ดจี๊ดใจ” และ “อเมริกาโน่มะปี๊ด” รสเปรี้ยวอมหวานอร่อยลงตัว สามารถสั่งทานเฉพาะบนเครื่องได้แล้ววันนี้ทุกเที่ยวบินไทยแอร์เอเชียจนถึง 30 มิถุนายน 2566 (3 เดือนเท่านั้น) สำหรับเมนูอื่นๆ ยังคงสามารถสำรองความอร่อยล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ผ่าน Manage my booking ที่ airasia Super App

    นางสาวอรอนงค์ เมธาพิพัฒนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าเเละบริการบนเครื่องบิน สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สำหรับช่วงซัมเมอร์ที่มาถึง โจทย์ของเราคือการหาเมนูคลายร้อนให้แก่ผู้โดยสาร ทุกไตรมาสเราไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาและค้นหาวัตถุดิบแปลกใหม่มาสร้างสรรค์เมนูให้เกิดความหลากหลาย เพื่อให้ผู้โดยสารของเราได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ บนเที่ยวบินอยู่เสมอ

    ครั้งนี้เราพร้อมนำทุกท่านสัมผัสความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จากส้มมะปี๊ด ผลไม้ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ วัตถุดิบคุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี มารังสรรค์เมนูเครื่องดื่มพิเศษบนเที่ยวบินจนได้เป็น “น้ำมะปี๊ดจี๊ดใจ” และ “อเมริกาโน่มะปี๊ด” ที่อร่อยกลมกล่อมดับร้อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เรายังมีเมนูอาหารสตรีทฟู้ด อย่าง “ข้าวหน้าปลาแกะ” ข้าวหอมมะลิร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมปลานิลทอดสีเหลืองนวลราดด้วยน้ำปลาพริกรสเด็ดถึงใจ รับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน” นางสาวอรอนงค์ กล่าว

    ทั้งนี้ แอร์เอเชียยังมีของที่ระลึกคอลเลคชั่นใหม่ Summer Paradise Collection ประกอบไปด้วย ผ้าขนหนูชายหาด กระเป๋าผ้า หมวก ร่ม และขวดน้ำเก็บความร้อนและเย็น สามารถซื้อบนเครื่องเพื่อใช้คลายร้อนรับซัมเมอร์ได้เลย

    นอกจากนี้ หากใครเดินทางที่สนามบินดอนเมือง อย่าลืมแวะมาถ่ายภาพกับบูธกิจกรรมเปิดตัวเมนูใหม่ของแอร์เอเชีย ที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (อาคาร 2) ชั้น 3 ตั้งเเต่ 3-15 เมษายนนี้ พิเศษ! สามารถร่วมสนุกแชะแชร์กับบูธกิจกรรมเพื่อรับของที่ระลึกได้ วันที่ 5, 12 และ 13 เมษายน 2566 เท่านั้น.