“โจ๊ก”จี้ขยายผลคดีทุจริตสหกรณ์ ตร.พบโอนเงิน เข้าบัญชี จนท.รัฐ

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 707
“โจ๊ก”จี้ขยายผลคดีทุจริตสหกรณ์ ตร.พบโอนเงิน เข้าบัญชี จนท.รัฐ

“บิ๊กโจ๊ก“ ส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่  จ.พัทลุง ขยายผลคดีทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุงจำกัดกว่า 1,500 ล้านบาท หลังตรวจพบเส้นทางการโอนเงินของสหกรณ์ฯไปยัง เจ้าหน้าที่รัฐบางรายและผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ เป็นจำนวนมาก เชิญผู้จัดการสหกรณ์มาสอบเพิ่มเติม ส่วนกลุ่มอดีตนายพลที่อยู่เบื้องหลังยังไม่หลักฐานสาวไปถึง  


จากกรณีเกิดการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง จำกัด ทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท มีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย ยึดทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,003,753,140.-บาท ส่วนผู้ต้องหา 26 ราย ได้นำส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดฯแล้ว ในส่วนของ ปปง.มีการยึดทรัพย์สินผู้ต้องหาไปกว่า 149 ล้านบาท   ทางด้านคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. จะมีการประชุมการพิจารณายุดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาครั้งสำคัญในปลายเดือนธันวาคม 2565  ส่วนอัยการได้นัดให้กลุ่มผู้ต้องหามารับฟังการพิจารณาการฟ้องในวันที่ 26 ธันวาคม 2565  นอกจากนั้นคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯได้ไล่ออกเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ 1 ราย  ล่าสุดได้พบเส้นทางการเงินการโอนเงินของสหกรณ์ฯไปยัง จนท.รัฐบางราย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น 


ความคืบหน้าคดีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเที่ยงวันที่ 13 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งของ สตช.จำนวน 12  นาย ลงพื้นที่จ.พัทลุง เพื่อขยายผลการทุจริตของผู้ต้องผู้ต้องหาที่เป็น จนท.รัฐคนหนึ่ง และส่งสำนวนการสอบสวนส่งฟ้องต่ออัยการภาค 9 สงขลา   การสอบปากคำผู้ต้องหาตามคำสั่งของอัยการจังหวัดเพิ่มเติม  รวมทั้งการสอบปากคำผู้ต้องหารายสำคัญเพิ่มเติม เพื่อส่งให้คณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. พิจารณาการยึดทรัพย์ครั้งสำคัญในปลายเดือนธันวาคม  2565  นี้


ต่อจากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น.วันเดียวกัน ชุดสืบสวนสอบสวนของ สตช.ได้เชิญตัวนางณัฐภัส พรหมมากผู้จัดการสหกรณ์ตำรวจฯมารสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  หลังจากได้พบเส้นทางการเงินที่มีการโอนเงินจากสหกรณ์ฯไปยัง จนท.รัฐบางรายที่เป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว รวมทั้งการโอนเงินจากสหกรณ์ฯไปให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯแต่อย่างใด 


การโอนเงินดังกล่าวนี้ชุดสืบสวนสอบสวนของ สตช.ได้พบหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดแจ้งในระหว่างปี  พ.ศ.2560-2563  โดยพบว่าการกระทำความผิดดังกล่าวจะเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงสิ้นเดือนและในช่วงการประชุมสามัญประจำปีที่ผ่านมา ส่วนผู้ต้องหารายสำคัญคนหนึ่งได้ถอนเงินจากสหกรณ์ฯหลังจากตกเป็นผู้ต้องหาไปเป็นจำนวน 1 ล้านบาท โดยผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ฯบางคนนั้น ทางชุดสืบสวนสอบสวนของ  สตช.ได้แจ้งให้ ปปง.ได้รับทราบแล้วเช่นกัน  พร้อมทั้งงุนงงสงสัยกับการถอนเงินในครั้งนี้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น


สำหรับการโอนเงินจากสหกรณ์ฯไปยังบุคคลภายนอกในช่วงสิ้นเดือน และในช่วงการประชุมสามัญประจำปีนั้น ในเบื้องต้นพบว่าน่าจะมีกลุ่มบุคคลดังกล่าวมากกว่า 3 ราย ส่วนจำนวนเงินที่โอนเงินให้กับ จนท.รัฐบางคนที่ตกเป็นผู้ต้องหา  และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานสหกรณ์ฯนั้นในเบื้องต้นพบความเสียหายแล้วเป็นเงินจำนวนมาก  คาดว่าช่วงเวลาประมาณ 4-5  วัน  ทางตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจะได้ตรวจสอบเส้นทางการโอนเงินกับธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อขยายผลเส้นทางการเงิน จำนวนเงินที่โอนให้กับผู้ต้องหาที่เป็น จนท.รัฐ และกลุ่มบุคคลภายนอกที่แท้จริงต่อไป  


ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่บุคคลภายนอกที่มาร่วมทุจริตในครั้งนี้เป็น จนท. รัฐหรือไม่นั้น  ทางด้านพนักงานสอบสวนได้ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าว 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.65ว่า  สำหรับกลุ่มอดีตนายพลและเครือข่ายอีกกลุ่มหนึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานสาวไปถึง เนื่องจากมีการตัดตอนไปแล้ว แต่สมาชิกสหกรณ์ยังคาดหวังว่าการตรวจสอบเส้นทางการเงินอาจจะสาวไปถึงได้ ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.