2 สว.พัทลุงเต้น จี้ จนท.รัฐเร่งเอาผิดกับผู้บุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์

หมวดหมู่ : พัทลุง, ทั่วไป,

อ่าน : 2,030
2 สว.พัทลุงเต้น จี้ จนท.รัฐเร่งเอาผิดกับผู้บุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์

        2 สว.พัทลุง รับไม่ได้กับการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ท้าทายอำนาจรัฐ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายปกครองดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด กับผู้บุกรุกที่ไม่ใช่ผู้ยากจนและยากไร้

        กรณีที่กลุ่มชาวบ้านเข้าไปไปถือครองที่ดิน “ควนท่าสำเภาสาธารณประโยชน์” จำนวน 3,727 ไร่เศษ ซึ่งอยู่ในความดูแลของฝ่ายปกครองของกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างเป็นที่ทำกินมากกว่า 3,500 ไร่ มานานกว่า 10 ปี จนชาวบ้านร้องเรียนไปยัง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจสอบ และ นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ทางอำเภอเมืองพัทลุง ฝ่ายปกครอง อปท. และผู้นำท้องถิ่น เร่งสำรวจผู้บุกรุกเข้าไปสร้างที่ทำกินในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่นอกเหนือบัญชีผู้ยากจน ยากไร้ จำนวน 397 ครัวเรือน

        ขณะที่ จนท.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ขอให้ ผวจ.พัทลุง ได้มอบหมายให้คณะกรรมการแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐจังหวัดพัทลุงเข้ามาร่วมตรวจสอบ และให้นำคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ 66/2557 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้มาใช้ด้วย รวมทั้งนำภาพถ่ายทางอากาศ หรือดาวเทียมก่อนและหลังปี 2557 และในปี 2557 มาเป็นหลักฐานในตรวจสอบการบุกรุกนั้น

        ทางด้าน ร.ต.อนุกูล สุภาไชยกิจ อดีต สว.พัทลุง และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการปกครองวุฒิสภา กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าวการบุกรุกที่ดินควนท่าสำเภาสาธารณประโยชน์ ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง มาอย่างต่อเนื่อง ไม่คิดว่าจะมีการบุกรุกเข้าไปถือครองเพื่อสร้างที่ทำกินจนเต็มพื้นที่มากกว่า 3,500 ไร่ โดยที่ทางอำเภอและทางจังหวัดไม่ได้รับการรายงานการบุกรุกที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด ตนคาดว่าผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ น่าจะทราบดีว่านอกเหนือจากครอบครัวผู้ยากจน ผู้ยากไร้ ที่เข้าไปสร้างที่ทำกินในที่ดินสาธารณประโยชน์แห่งนี้เป็นใครบ้าง และไม่เชื่อว่าผู้ยากจน ผู้ยากไร้ คงไม่สามารถนำรถแบคโฮเข้าไปปรับสภาพพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันได้มากกว่า 5 ไร่ได้ เรื่องนี้ชาวบ้านในพื้นที่คงรู้ดีว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นใครมาจากไหน 

        ร.ต.อนุกูล ได้เรียกร้องให้ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้ ร่วมกันสำรวจตรวจสอบกลุ่มผู้บุกรุกดังกล่าวที่ไม่ใช่ผู้ยากจน ผู้ยากไร้ อย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วย และหากผู้ใดทราบว่าตนเองมิใช่ผู้เข้าร่วมโครงการจัดที่ดินของรัฐ ขจัดความยากจน ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งทาง อบต.ชัยบุรี ได้เสนอรายชื่อไปให้ทางอำเภอทราบแล้ว ควรออกมาจากพื้นที่บุกรุกดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากที่ดินสาธารณประโยชน์นั้น เป็นที่ทำกินร่วมกันของประชาชน มิใช่เป็นที่ทำกินของใครคนใดคนหนึ่ง และหากว่ามีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ เข้าไปบุกรุกที่ดินดังกล่าวร่วมกับชาวบ้าน ขอให้ออกจากพื้นที่การบุกรุกโดยทันทีเช่นกัน เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้บุกรุกคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ยากจน และผู้ยากไร้ ขอเป็นขวัญและกำลังใจต่อทุกฝ่ายที่เข้ามาแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินแห่งนี้ทุกๆ คน และจะติดตามการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

        ด้าน นายทวี ภูมิสิงหราช อดีต สว.พัทลุง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าการบุกรุกที่ดินในครั้งนี้ มีข้าราชการบางคนเข้าไปมีส่วนร่วมและมีส่วนรู้เห็นด้วย และมีข้าราชการบางรายได้เดินเสาไฟฟ้า สายไฟฟ้า เข้าไปในที่ดินที่เป็นแปลงที่ตนเองบุกรุกอีกด้วย หากการร้องเรียนของชาวบ้านเป็นเรื่องจริงแสดงว่าข้าราชการคนดังกล่าวกำลังท้าทายอำนาจรัฐ และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อประชาชนคนอื่นๆ ด้วย และตนขอเรียกร้องให้ นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง มอบหมายและสั่งการให้ จนท.รัฐที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงการร้องเรียนของชาวบ้านต่อตนในครั้งนี้ด้วย 

        นายทวี กล่าวอีกว่า ชาวพัทลุงมีความเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของ จนท.กอ.รมน.จังหวัดพัทลุง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายว่า การแก้ปัญหาในครั้งนี้คงสำเร็จผลโดยไม่คว้าน้ำเหลวในการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ในบางพื้นที่ บางจังหวัดเหมือนที่ผ่านมา สำหรับตนนั้นอยากเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐโดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าไปใช้ที่ดินแห่งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องชาวพัทลุง อาทิ การขยายตัวของวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง แห่งที่ 2 การจัดตั้งสถานีเพาะพันธุ์สัตว์น้ำที่กำลังจะสูญพันธุ์ หายาก และพันธุ์สัตว์น้ำทั่วๆ ไป ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องชาวพัทลุงในพื้นที่ดังกล่าว พื้นที่ข้างเคียง และพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดพัทลุง รวมทั้งการพัฒนา ปรับปรุงพื้นที่ป่าพรุดังกล่าวให้อุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงต่อไปในอนาคต  

        “ผม และ ร.ต.อนุกุล จะร่วมกันติดตามการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดินดังกล่าวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย และต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ส่งภาพถ่ายการบุกรุกที่ดินดังกล่าวมาให้ผมดูอย่างต่อเนื่องเช่นกัน” นายทวี กล่าว.